⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11292/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11292/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ย่อมแสดงว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายก่อนนำไปจำหน่าย แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องในความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยตรง ศาลก็สามารถลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 190 เม็ด แต่พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่ามีการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย แต่เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 190 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2.19 กรัม จำเลยจึงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ซึ่งปริมาณของยาเสพติดดังกล่าวกฎหมายสันนิษฐานไว้เด็ดขาดว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย แม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานนี้ แต่การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนด้วยตนเองตามลำพัง แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าจำเลยจะต้องมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายก่อนที่จะนำไปจำหน่าย ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 102 ริบของกลาง ยกเว้นเงิน 21,000 บาท ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง 100/1, 102 จำคุก 8 ปี และปรับ 800,000 บาท คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่คงจำคุก 6 ปี และปรับ 600,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ในการกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกินสองปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนเงิน 21,000 บาท รถจักรยานยนต์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง ให้คืนแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 7 ปี และปรับ 400,000 บาท เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสี่แล้วคงจำคุก 5 ปี 3 เดือน และปรับ 300,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจเอกอัฐภณ สิบตำรวจโทวิมลกับพวก เจ้าพนักงานตำรวจหน่วยสืบสวนปราบปรามยาเสพติดเมืองพัทยาจับจำเลยนำส่งพันตำรวจโทขวัญชัย พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางละมุง พร้อมเมทแอมเฟตามีน 190 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2.19 กรัม ธนบัตรฉบับ 1,000 บาท 21 ฉบับ โทรศัพท์เคลื่อนที่ รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ชลบุรี 8ก - 5642 ของจำเลย และบันทึกการจับกุมระบุว่าจำเลยให้การรับสารภาพฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 พร้อมลายมือจำเลยที่เขียนรับสารภาพ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาหรือไม่ เห็นว่า ตามรายงานประจำวันธุรการ พันตำรวจโทคนสันต์เป็นผู้นำเงินล่อซื้อไปลงบันทึกไว้เดิมเขียนเวลา 22 นาฬิกา แต่ภายหลังขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่เป็น 20 นาฬิกา นับเป็นข้อพิรุธ ซึ่งปกติจะลงเวลาจริง ดังนั้น น่าเชื่อว่ามีการบันทึกวันเวลา 22 นาฬิกา จึงเป็นภายหลังจับจำเลยได้แล้ว อีกทั้งจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในภาพถ่ายธนบัตรที่โจทก์อ้างว่าใช้ล่อซื้อ ทั้ง ๆ ที่จำเลยลงลายมือชื่อในเอกสารทุกฉบับ แม้แต่การเขียนบันทึกสารภาพด้วยตนเอง ประกอบกับร้อยตำรวจเอกอัฐภณเบิกความว่า สายลับไม่เคยล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนมาก่อน แล้วสายลับรู้ได้อย่างไรว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำเลยเป็นหญิงอายุ 29 ปี นับว่ายังสาวไม่น่าจะกล้าลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนในเวลาดึกและค่อนข้างเปลี่ยว หากจะกระทำผิดน่าจะกระทำที่บ้านพักหรือบริเวณใกล้เคียง จึงฟังไม่ได้ว่ามีการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย แต่จากคำเบิกความของพยานโจทก์ฟังได้ว่า พยานโจทก์ร่วมกันจับจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 190 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2.19 กรัม จำเลยจึงมีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครอง ซึ่งปริมาณของยาเสพติดดังกล่าวกฎหมายสันนิษฐานไว้เด็ดขาดว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานนี้ แต่การที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนด้วยตนเองตามลำพัง แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าจำเลยจะต้องมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายก่อนที่จะนำไปจำหน่าย ดังนั้น ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนบทกฎหมายและโทษให้บังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11292/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ นางสาวกัญญ์ชลา กิ่งคล้าย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา · จำเลย - นางสาวกัญญ์ชลา กิ่งคล้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริชัย วัฒนโยธิน · ทวีป ตันสวัสดิ์ · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทยา - นายประเสริฐศักดิ์ ณรงค์รักเดช · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายเดชา อัชรีวงศ์ไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6799/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา