⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12598/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12598/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจังหวัดมีอำนาจดำเนินการออกหมายขังหรือปล่อยชั่วคราวจำเลย และมีคำสั่งบังคับตามสัญญาประกันต่อผู้ประกันได้ แม้จำเลยจะขอขยายระยะเวลาชำระค่าปรับก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่ความผิดเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางขอให้ศาลจังหวัดนครราชสีมาดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ อันมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีแทนตามความจำเป็นไปตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวในวรรคสองด้วยแล้ว ดังนี้ ศาลจังหวัดนครราชสีมาย่อมมีอำนาจดำเนินการออกหมายขังหรือปล่อยชั่วคราวจำเลยได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวในวรรคสาม ซึ่งเมื่อศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยเพื่อไปหาเงินมาชำระค่าปรับตามคำพิพากษาโดยผู้ประกันได้ทำสัญญาประกันให้ไว้ต่อศาลดังกล่าว แต่ต่อมาผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามกำหนดนัดส่งตัวจำเลย ศาลจังหวัดนครราชสีมาย่อมมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือบังคับตามสัญญาประกันต่อผู้ประกันซึ่งเป็นคู่สัญญาได้ การที่จำเลยขออนุญาตให้ขยายระยะเวลาการชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและผู้ประกันขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างระยะเวลาที่จะชำระค่าปรับ ก็เพื่อที่จะไม่ต้องถูกกักขังไปพลางก่อน จึงไม่ใช่กรณีที่เมื่อมีการขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและยื่นอุทธรณ์แล้วจะเป็นเหตุให้ผู้ประกันไม่ต้องปฏิบัติตามสัญญาประกันในอันที่จะต้องส่งตัวจำเลยต่อศาลตามกำหนดนัด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง และในที่สุดศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1), 70 วรรคสอง พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38, 79, 54, 82 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำคุก 3 เดือน และปรับ 90,000 บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 200,000 บาท รวมจำคุก 3 เดือน และปรับ 290,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน และปรับ 145,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ตามฟ้องให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหาย โดยศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแจ้งให้ศาลจังหวัดนครราชสีมาอ่านคำพิพากษาและดำเนินการอื่นตามกฎหมายต่อไป และศาลจังหวัดนครราชสีมาได้อ่านคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้คู่ความฟังในวันที่ 20 มกราคม 2554 และในวันเดียวกันนั้นผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยเพื่อให้จำเลยไปหาเงินมาชำระค่าปรับ โดยผู้ประกันใช้ทรัพย์ของตนเป็นหลักประกัน และศาลจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยชำระค่าปรับตามคำพิพากษาภายใน 30 วัน (ถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554) ผู้ประกันทำสัญญาประกันฉบับลงวันที่ 20 มกราคม 2554 มีข้อสำคัญว่า ผู้ประกันหรือจำเลยจะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของศาล มิฉะนั้นผู้ประกันยอมรับผิดชอบใช้เงินจำนวน 200,000 บาท แก่ศาลจนครบและนัดให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 13.30 นาฬิกา แต่เมื่อถึงกำหนดนัดส่งตัวจำเลยดังกล่าว ผู้ประกันและจำเลยไม่มาศาล ทั้งจำเลยก็ไม่ได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษา โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 22 มีนาคม 2554 ครั้นวันที่ 29 มีนาคม 2554 ศาลจังหวัดนครราชสีมาออกหมายจับจำเลยมาบังคับตามคำพิพากษา และมีคำสั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน โดยออกหมายแจ้งคำสั่งให้ผู้ประกันชำระเงินค่าปรับภายใน 30 วัน ซึ่งในวันที่ศาลมีคำสั่งนี้ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระค่าปรับตามคำพิพากษา แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2554 ว่า กรณีไม่มีเหตุผัดชำระค่าปรับ ให้ยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์คำสั่งศาลจังหวัดนครราชสีมาที่สั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกันต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ประกันประการแรกว่า ศาลจังหวัดนครราชสีมามีอำนาจสั่งปรับผู้ประกันในคดีนี้ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่ความผิดเกิดขึ้นได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 47 วรรคหนึ่ง และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางขอให้ศาลจังหวัดนครราชสีมาดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ อันมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีแทนตามความจำเป็นไปตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวในวรรคสองด้วยแล้ว ดังนี้ ศาลจังหวัดนครราชสีมาย่อมมีอำนาจดำเนินการในการออกหมายขังหรือปล่อยชั่วคราวจำเลยได้ตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวในวรรคสาม ซึ่งเมื่อศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยเพื่อไปหาเงินมาชำระค่าปรับตามคำพิพากษาโดยผู้ประกันได้ทำสัญญาประกันให้ไว้ต่อศาลดังกล่าว แต่ต่อมาผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามกำหนดนัดส่งตัวจำเลย ศาลจังหวัดนครราชสีมาย่อมมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือบังคับตามสัญญาประกันต่อผู้ประกันซึ่งเป็นคู่สัญญาได้ อุทธรณ์ของผู้ประกันในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ประกันประการสุดท้ายว่า คำสั่งศาลจังหวัดนครราชสีมาที่ให้ปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันชอบหรือไม่ เห็นว่า ผู้ประกันได้ทำสัญญาประกันให้ไว้ต่อศาลดังกล่าว โดยรับว่าจะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียกของเจ้าพนักงานหรือศาล หากปฏิบัติผิดสัญญายอมรับผิดชอบใช้เงินจำนวน 200,000 บาท และผู้ประกันลงชื่อรับทราบกำหนดนัดส่งตัวจำเลยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 13.30 นาฬิกา แล้วย่อมมีหน้าที่ปฏิบัติในการส่งตัวจำเลยตามกำหนดนั้น ส่วนที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เพื่อขอลดค่าปรับตามคำพิพากษานั้น แม้ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์แก่จำเลย จนในที่สุดจำเลยโดยทนายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์และศาลสั่งรับอุทธรณ์แล้วก็ตามก็เป็นเรื่องที่ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจะพิจารณาพิพากษาต่อไป แต่ในส่วนการบังคับชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 บัญญัติว่า ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับหรือมิฉะนั้นจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ แต่ถ้าศาลเห็นเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับ ศาลจะสั่งเรียกประกันหรือจะสั่งให้กักขังผู้นั้นแทนค่าปรับไปพลางก่อนก็ได้ จึงเห็นได้ว่า การที่จำเลยขออนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและผู้ประกันขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างระยะเวลาที่จะชำระค่าปรับก็เพื่อที่จะไม่ต้องถูกกักขังไปพลางก่อน จึงไม่ใช่กรณีที่เมื่อมีการขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและยื่นอุทธรณ์แล้วจะเป็นเหตุให้ผู้ประกันไม่ต้องปฏิบัติตามสัญญาประกันในอันที่จะต้องส่งตัวจำเลยต่อศาลตามกำหนดนัด ดังนั้นการที่ผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยย่อมเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาประกันอันต้องใช้เงินตามที่กำหนดไว้ในสัญญาประกัน ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาเห็นว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันและสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ประกันฟังไม่ขึ้นทุกข้อ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12598/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นางอรนันต์ เขินกลาง ผู้ประกัน นายภัททพงษ์ ศรีสมโภชน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ผู้ประกัน - นางอรนันต์ เขินกลาง · จำเลย - นายภัททพงษ์ ศรีสมโภชน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · อร่าม เสนามนตรี · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นางสาวถิรพชร อิ่มใจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(อ)235/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2920/2554ฎีกา 4897/2550ฎีกา 4959/2547ฎีกา 6301/2533ฎีกา 880/2505ฎีกา 2599/2544ฎีกา 1585/2545ฎีกา 3287/2534ฎีกา 2987/2543ฎีกา 13584/2558ฎีกา 6722/2539ฎีกา 541/2517ฎีกา 1579/2521ฎีกา 5252/2559ฎีกา 426/2547ฎีกา 3722/2547ฎีกา 14306/2553ฎีกา 6788/2559ฎีกา 13598/2556ฎีกา 6274/2554ฎีกา 1342/2538ฎีกา 1743/2540ฎีกา 543/2542ฎีกา 2966/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา