⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 14262/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14262/2555

พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ม.38, 54, 79 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับที่มีองค์ประกอบความผิดและเจตนาแยกต่างหากกัน ถือเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างหาก ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดนั้นโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง เป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับกับความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยมีองค์ประกอบความผิดแตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดสามารถแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยในความผิดฐานนี้จึงเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดสองฐานดังกล่าว ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่การประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่สินค้าที่ควบคุมฉลากนั้นไม่มีฉลากหรือจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง หาใช่เกิดจากตัวสินค้าโดยตรงไม่ แผ่นดีวีดีและซีดีของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.30 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.52 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.38 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.54 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.79 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.82

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 38, 54, 79, 82 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 30, 31, 52 ริบของกลางและปรับรายวันเป็นจำนวน 1 วัน ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน และจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 30, 31, 52 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79, 54 วรรคหนึ่ง, 82 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจำหน่ายสินค้าควบคุมโดยไม่จัดทำฉลากให้ถูกต้อง จำคุก 2 เดือน และปรับ 5,000 บาท ฐานประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 200,000 บาท และปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท ฐานประกอบกิจการจำหน่ายวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 100,000 บาท ปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 2 เดือน และปรับ 305,000 บาท ปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 152,500 บาท ปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน อยู่ในวัยชราและมีโรคประจำตัว กรณีมีเหตุอันสมควรปราณีเพื่อให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ในวันเวลาเดียวกัน แม้การกระทำความผิดสองฐานดังกล่าวจะเป็นความผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหลายบทก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่จำเลยมีเจตนาโดยมุ่งประสงค์ต่อผลเดียวคือเพื่อประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน ซึ่งได้กระทำไปในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจึงเป็นกรรมเดียว ส่วนความผิดขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง เป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับกับความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดสามารถแยกต่างหากจากกันได้ การกระทำของจำเลยในความผิดฐานนี้ จึงเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดสองฐานดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองให้ริบแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ 46 แผ่น แผ่นดีวีดีคาราโอเกะ 11 แผ่น แผ่นซีดีภาพยนตร์ 360 แผ่น แผ่นซีดีคาราโอเกะ 84 แผ่น และแผ่นเพลงเอ็มพีสาม 105 แผ่น ของกลางนั้น เห็นว่า ความผิดที่ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79, 54 วรรคหนึ่ง, 82 สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่จำเลยประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ส่วนความผิดขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่สินค้าที่ควบคุมฉลากนั้นไม่มีฉลากหรือจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง หาใช่เกิดจากตัวสินค้าโดยตรงไม่ ดังนั้น ของกลางดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) และให้คืนแก่เจ้าของ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 200,000 บาท และปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท กับจำเลยมีความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 2 เดือน และปรับ 5,000 บาท รวมจำคุก 2 เดือน ปรับ 206,000 บาท เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 103,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยในกรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังมีกำหนด 1 ปี ไม่ริบแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ 46 แผ่น แผ่นดีวีดีคาราโอเกะ 11 แผ่น แผ่นซีดีภาพยนตร์ 360 แผ่น แผ่นซีดีคาราโอเกะ 84 แผ่น และแผ่นเพลงเอ็มพีสาม 105 แผ่น ของกลาง แต่ให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14262/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสฤษ ธีรทัตตานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสฤษ ธีรทัตตานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายกีรติ กีรติยุติ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา งามลำยวง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2750/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3120/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 13379/2555ฎีกา 1392/2564ฎีกา 7570/2541ฎีกา 21848/2555ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1554/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา