คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14262/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับที่มีองค์ประกอบความผิดและเจตนาแยกต่างหากกัน ถือเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างหาก
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดนั้นโดยตรง
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง เป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับกับความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยมีองค์ประกอบความผิดแตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดสามารถแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยในความผิดฐานนี้จึงเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดสองฐานดังกล่าว
ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่การประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่สินค้าที่ควบคุมฉลากนั้นไม่มีฉลากหรือจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง หาใช่เกิดจากตัวสินค้าโดยตรงไม่ แผ่นดีวีดีและซีดีของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.30 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.52 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.38 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.54 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.79 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ม.82 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 38, 54, 79, 82 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 30, 31, 52 ริบของกลางและปรับรายวันเป็นจำนวน 1 วัน ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน และจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 30, 31, 52 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79, 54 วรรคหนึ่ง, 82 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจำหน่ายสินค้าควบคุมโดยไม่จัดทำฉลากให้ถูกต้อง จำคุก 2 เดือน และปรับ 5,000 บาท ฐานประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 200,000 บาท และปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท ฐานประกอบกิจการจำหน่ายวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 100,000 บาท ปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 2 เดือน และปรับ 305,000 บาท ปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 152,500 บาท ปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน อยู่ในวัยชราและมีโรคประจำตัว กรณีมีเหตุอันสมควรปราณีเพื่อให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ในวันเวลาเดียวกัน แม้การกระทำความผิดสองฐานดังกล่าวจะเป็นความผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหลายบทก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่จำเลยมีเจตนาโดยมุ่งประสงค์ต่อผลเดียวคือเพื่อประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน ซึ่งได้กระทำไปในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจึงเป็นกรรมเดียว ส่วนความผิดขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง เป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับกับความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน โดยมีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดสามารถแยกต่างหากจากกันได้ การกระทำของจำเลยในความผิดฐานนี้ จึงเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดสองฐานดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน
อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองให้ริบแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ 46 แผ่น แผ่นดีวีดีคาราโอเกะ 11 แผ่น แผ่นซีดีภาพยนตร์ 360 แผ่น แผ่นซีดีคาราโอเกะ 84 แผ่น และแผ่นเพลงเอ็มพีสาม 105 แผ่น ของกลางนั้น เห็นว่า ความผิดที่ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79, 54 วรรคหนึ่ง, 82 สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่จำเลยประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ส่วนความผิดขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่สินค้าที่ควบคุมฉลากนั้นไม่มีฉลากหรือจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง หาใช่เกิดจากตัวสินค้าโดยตรงไม่ ดังนั้น ของกลางดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) และให้คืนแก่เจ้าของ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 200,000 บาท และปรับรายวันตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน 1 วัน เป็นเงิน 1,000 บาท กับจำเลยมีความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 2 เดือน และปรับ 5,000 บาท รวมจำคุก 2 เดือน ปรับ 206,000 บาท เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 103,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยในกรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังมีกำหนด 1 ปี ไม่ริบแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ 46 แผ่น แผ่นดีวีดีคาราโอเกะ 11 แผ่น แผ่นซีดีภาพยนตร์ 360 แผ่น แผ่นซีดีคาราโอเกะ 84 แผ่น และแผ่นเพลงเอ็มพีสาม 105 แผ่น ของกลาง แต่ให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14262/2555
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายสฤษ ธีรทัตตานนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสฤษ ธีรทัตตานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายกีรติ กีรติยุติ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา งามลำยวง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.2750/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา