⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15033/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15033/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีสิทธิครอบครอง ใช้ และถือเอาประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้น และมีอำนาจจัดการทรัพย์สินนั้นแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตราบเท่าที่สิทธิเก็บกินยังไม่สิ้นไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดที่พิพาท โจทก์จดทะเบียนให้ ส. และ บ. เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินใน ที่ดินพิพาทตลอดชีวิต ส. และ บ. ย่อมมีสิทธิครอบครอง ใช้และถือเอาประโยชน์แห่งที่ดินนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1417 วรรคหนึ่ง ในระหว่างที่สิทธิเก็บกินยังไม่สิ้นไป เจ้าของกรรมสิทธิ์จึงหามีสิทธิเช่นว่านั้นด้วยไม่ การบอกเลิกสัญญาเช่าหรือการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากที่ดินพิพาทจึงเป็นอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของผู้ทรงสิทธิเก็บกิน แม้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทก็ไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1417

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทและส่งมอบการครอบครองให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์อีกเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปพร้อมกับส่งมอบการครอบครองคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารโดยให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 33/4 แขวงบางมด เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 68160 ตำบลบางบอน อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และให้จำเลยชำระเงิน 1,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 กันยายน 2547) จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนบ้านพิพาทออกไปจากที่ดินของโจทก์เสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความยุติว่า ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 68160 ดังกล่าว โจทก์จดทะเบียนให้นายสวาสดิ์และนางบุญช่วยเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในที่ดินพิพาทตลอดชีวิต นายสวาสดิ์และนางบุญช่วยย่อมมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาประโยชน์แห่งที่ดินนั้นได้แต่ผู้เดียวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1417 วรรคหนึ่ง ในระหว่างที่สิทธิเก็บกินยังไม่สิ้นไป เจ้าของกรรมสิทธิ์จึงหามีสิทธิเช่นว่านี้ด้วยไม่ การบอกเลิกสัญญาเช่าหรือการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากที่ดินพิพาทจึงเป็นอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของผู้ทรงสิทธิเก็บกิน แม้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทก็ไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15033/2555 นางสาวพรทิพย์ กระต่ายแก้ว โจทก์ นางสาวประภาศรี อุ่นทองสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพรทิพย์ กระต่ายแก้ว · จำเลย - นางสาวประภาศรี อุ่นทองสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ไชยยงค์ คงจันทร์ · สมยศ เข็มทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นางสาวขวัญชนก สุขโข · ศาลอุทธรณ์ - นายนรินทร์ ตงศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.182/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา