⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16255/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16255/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะวินิจฉัยและลงโทษจำเลยในความผิดที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องไม่ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยใช้กำลังทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมโดยชก ต่อย และเตะ โดยไม่ได้บรรยายว่าจำเลยขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมจนรถล้มทำให้ศีรษะของโจทก์ร่วมกระแทกกำแพงเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง ศาลไม่อาจนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยและรับฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสตาม ป.อ. มาตรา 297 ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายเสถียร ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) จำคุก 2 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า โจทก์ร่วมมีส่วนผิดอยู่ด้วย ขณะเกิดเหตุจำเลยทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ขาดการยับยั้งชั่งใจ ประกอบกับจำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีหน้าที่การงานที่มั่นคงแน่นอน มีครอบครัวคือภริยาและบุตร 2 คน ที่ยังต้องอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษา ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน การลงโทษจำคุกระยะสั้นนอกจากไม่ก่อให้เกิดผลในการแก้ไขฟื้นฟูความประพฤติของจำเลยแล้ว ยังทำให้มีประวัติเสื่อมเสีย เห็นสมควรให้โอกาสแก่จำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โดยรอการลงโทษและคุมความประพฤติไว้น่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมส่วนรวมมากกว่า โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน รวม 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี รายงานตัวครั้งแรกในวันที่มีคำพิพากษา ให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องขณะที่โจทก์ร่วมขับรถจักรยานยนต์อยู่ในซอยสุทธิพร 1 จำเลยขับรถยนต์ตามหลังแล้วบีบแตรขอทาง โจทก์ร่วมหลบไปทางด้านซ้าย จำเลยขับรถยนต์แซงไปจนถึงปากซอยสุทธิพร 2 โจทก์ร่วมขับรถจักรยานยนต์ตามไปทันและได้ใช้มือตบที่กระโปรงท้ายรถยนต์ของจำเลยแล้วโจทก์ร่วมขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวเข้าซอยสุทธิพร 2 จำเลยได้เลี้ยวรถยนต์ตามไปทัน แล้วชนท้ายรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมจนล้มลง โจทก์ร่วมลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาจำเลย จำเลยลงจากรถยนต์และเดินเข้าหาโจทก์ร่วม แล้วจำเลยชกต่อยโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลจะนำข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมจนรถล้มทำให้ศีรษะของโจทก์ร่วมกระแทกกำแพงเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ สมองบวมต้องผ่าตัดสมองมาวินิจฉัยได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยใช้กำลังทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมโดยชก ต่อย และเตะ โดยไม่ได้บรรยายว่าจำเลยขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมจนรถล้มทำให้ศีรษะของโจทก์ร่วมกระแทกกำแพงเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง ศาลไม่อาจนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยและรับฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16255/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายเสถียร ศรีประยูรไพศาล โจทก์ร่วม นายธนันต์ ดลภักนิยมกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นายเสถียร ศรีประยูรไพศาล · จำเลย - นายธนันต์ ดลภักนิยมกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พฤษภา พนมยันตร์ · อาวุธ ปั้นปรีชา · อธิป จิตต์สำเริง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายรังสิชัย บรรณกิจวิจารณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6165/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา