⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16407/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16407/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานนำทรัพย์สินส่วนตัวของผู้อื่นที่ตนไม่มีหน้าที่ดูแลรักษาไปใช้ประโยชน์ส่วนตน แม้จะกระทำไปก่อนที่จะถูกร้องเรียนและคืนให้ในภายหลัง ก็ไม่เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับมอบหมายให้ดูแลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้แก่นักเรียน โดยไม่มีหน้าที่โดยตรงที่ต้องเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากของนักเรียนไว้และไปถอนเงินจากธนาคารแทนนักเรียน การที่จำเลยบอกให้นักเรียนบางคนมอบสมุดบัญชีเงินฝากไว้ที่จำเลยและมอบอำนาจให้จำเลยไปถอนเงินจากธนาคารแทนแล้วให้นักเรียนไปขอเบิกจากจำเลยอีกทอดหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่จำเลยกระทำไปนอกเหนือหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ เงินที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโอนเข้าบัญชีเงินฝากของนักเรียน ยังถือว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของนักเรียน มิใช่เป็นทรัพย์สินของหน่วยงานราชการซึ่งจำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาอีกด้วย เมื่อจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องดูแลรับผิดชอบเงินในบัญชีเงินฝากอันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของนักเรียน แม้จำเลยจะได้นำเงินดังกล่าวไปใช้หมุนเวียนเพื่อประโยชน์ส่วนตนก่อนที่จะถูกร้องเรียนและคืนให้นักเรียนในภายหลังหรือไม่ก็ตาม จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 157

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ลงโทษจำคุก 2 ปี ทางพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยรับราชการครูโรงเรียนท่าช้างวิทยาคารและได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้างานแนะแนวและได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบเรื่องการขอกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้แก่นักเรียนด้วย ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยให้นักเรียนซึ่งทำสัญญากู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหลายคนมอบสมุดบัญชีเงินฝากและลงชื่อในใบถอนเงินเปล่าให้ไว้แก่จำเลย แล้วจำเลยไปถอนเงินจากธนาคารแทนและให้นักเรียนไปขอเบิกเงินจากจำเลย แต่นักเรียนได้รับเงินไปไม่ครบจำนวนตามที่กู้ยืม ภายหลังนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนเข้าร้องเรียนเรื่องและนายสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าช้างวิทยาคารมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จำเลยจึงโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่นักเรียนจนครบทุกคน คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริตหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนางนงลักษณ์ นางพิมลรัตน์ และนางสุนารัตน์ ครูโรงเรียนท่าช้างวิทยาคาร เพื่อนร่วมงานของจำเลย โดยนางนงลักษณ์และนางพิมลรัตน์เป็นคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งให้สอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งโรงเรียนท่าช้างวิทยาคารว่า ตามระเบียบของการกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา นักเรียนต้องทำสัญญากู้ยืมเงินกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แล้วนักเรียนจะไปเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสิงห์บุรี จากนั้นกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจะฝากเงินเข้าบัญชีของนักเรียนเดือนละ 1,000 บาท ทุกเดือน โดยนักเรียนจะเป็นผู้เก็บสมุดบัญชีเงินฝากไว้และนำสมุดบัญชีเงินฝากไปถอนเงินจากธนาคารเอง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาไม่ได้มอบหมายให้โรงเรียนเก็บรักษาสัญญากู้ยืมเงินและสมุดบัญชีเงินฝากของนักเรียนไว้ ซึ่งตรงกับหนังสือ เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มของนักเรียน นักศึกษาที่กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ตอบข้อหารือของกระทรวงศึกษาธิการว่าผู้กู้ยืมควรเป็นผู้เก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มไว้เองเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แม้ผู้กู้ยืมจะสมัครใจให้โรงเรียนเก็บไว้ให้โรงเรียนก็ไม่สมควรจะเก็บไว้ แต่ควรจะสอนให้ผู้กู้ยืมรู้จักความรับผิดชอบมากขึ้น จึงมีมติให้ผู้กู้ยืมเป็นผู้เก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มด้วยตนเองเท่านั้น โดยมิให้สถาบันการศึกษาเป็นผู้จัดเก็บ แม้ผู้กู้ยืมจะยินยอมก็ตาม ดังนี้ตามหน้าที่ที่จำเลยได้รับมอบหมายให้ดูแลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้แก่นักเรียน จำเลยจึงไม่มีหน้าที่โดยตรงที่ต้องเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากของนักเรียนไว้และไปถอนเงินจากธนาคารแทนนักเรียน การที่จำเลยบอกให้นักเรียนบางคนมอบสมุดบัญชีเงินฝากไว้ที่จำเลยและมอบอำนาจให้จำเลยไปถอนเงินจากธนาคารแทนแล้วให้นักเรียนไปขอเบิกจากจำเลยอีกทอดหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่จำเลยกระทำไปนอกเหนือหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ เงินที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโอนเข้าบัญชีเงินฝากของนักเรียน ยังถือว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของนักเรียน มิใช่เป็นทรัพย์สินของหน่วยงานราชการซึ่งจำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาอีกด้วย เมื่อจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องดูแลรับผิดชอบเงินในบัญชีเงินฝากอันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของนักเรียน แม้จำเลยจะได้นำเงินดังกล่าวไปใช้หมุนเวียนเพื่อประโยชน์ส่วนตนก่อนที่จะถูกร้องเรียนและคืนให้นักเรียนในภายหลังหรือไม่ก็ตาม คงเข้าลักษณะของการกระทำที่อาจเป็นการยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษ จำเลยไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16407/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์ นางณิชาภาหรือสายทอง ดอกเทียน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี · จำเลย - นางณิชาภาหรือสายทอง ดอกเทียน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายเด่นชัย ศรีจุลฮาต · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายประมวล สุขสมพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2627/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4789/2565ฎีกา 975/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 1491/2537ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 3215/2538ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 4392/2531ฎีกา 1337/2538ฎีกา 5138/2537ฎีกา 13537/2553ฎีกา 1575/2518ฎีกา 2747/2529ฎีกา 4649/2533ฎีกา 858/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา