⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1667/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1667/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจจากการวิ่งราวทรัพย์ เป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 วรรคสอง ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาในประเด็นดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับอยู่ล้มลง ผู้เสียหายรับบาดเจ็บที่แขน ขาและตามร่างกาย แต่มิได้กล่าวว่าการที่ผู้เสียหายรับบาดเจ็บดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตาม ป.อ. มาตรา 336 วรรคสอง จึงไม่ถูกต้อง คงลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 336 วรรคแรก ซึ่งมีระวางโทษเบากว่าในวรรคสอง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 ไม่ฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองและปรับบทให้ถูกต้องได้ ทั้งมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 3 ที่มิได้ฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 336, 336 ทวิ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนธนบัตรรัฐบาลไทย 400 บาท ธนบัตรสกุลยูโร 20 ยูโรที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย และริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลาง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 9 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 ปี ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันคืนธนบัตรรัฐบาลไทย 400 บาท ธนบัตรสกุลยูโร 20 ยูโร ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย ริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลาง จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน แต่ไม่ริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 โดยให้คืนรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 และรถจักรยานยนต์ป้ายแดง 9 - 789 ของบริษัท เอส.ที.จำกัด แก่เจ้าของ โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลาง เป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าในการวิ่งราวทรัพย์ จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ป้ายแดง 9 - 789 ของบริษัท เอส.ที.จำกัด มีนายมนตรี นั่งซ้อนท้ายตัดหน้ารถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับ จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลาง มีพวกอีก 1 คน นั่งซ้อนท้ายขนาบด้านข้าง จำเลยที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ประกบด้านหลัง โดยพวกซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับกระชากกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกขับรถจักรยานยนต์แยกย้ายหลบหนี ตามพฤติการณ์เห็นได้ชัดว่า การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกวิ่งราวทรัพย์ย่อมต้องอาศัยรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลาง ในการกระทำความผิดด้วย เพราะหากไม่มีรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกย่อมไม่สามารถติดตามผู้เสียหายได้ทันและวิ่งราวทรัพย์ได้สะดวก อันถือได้ว่ารถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกใช้ในการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์โดยตรง จึงเป็นทรัพย์สินอันควรริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลางและคืนแก่เจ้าของ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า การที่วิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับอยู่ล้มลง ผู้เสียหายรับบาดเจ็บที่แขน ขาและตามร่างกาย แต่มิได้กล่าวว่าการที่ผู้เสียหายรับบาดเจ็บดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ทั้งในชั้นพิจารณาโจทก์ก็มิได้นำสืบโดยมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจอีกด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336 วรรคสอง จึงไม่ถูกต้อง คงลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก ซึ่งมีระวางโทษเบากว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคสอง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 ไม่ฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองและปรับบทให้ถูกต้องได้ ทั้งมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 3 ที่มิได้ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง, 213 ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 6 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกคนละ 4 ปี ริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยง ภูเก็ต 74 ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1667/2555 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายไกรลาสหรือไกรลาศ ป้อมสุวรรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต · จำเลย - นายไกรลาสหรือไกรลาศ ป้อมสุวรรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายชาญชัย ศิริพร · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธรรมนิตย์ ตันติยวรงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.825/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 1168-1169/2479ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 831/2532ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา