⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19860/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19860/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมีสิทธิในทรัพย์นั้นในฐานะผู้ซื้อที่สุจริต และมีสิทธิขอให้เจ้าของเดิมออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้ได้หากได้ชำระหนี้ที่ค้างชำระแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจะยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในห้องชุดที่ประมูลซื้อมาได้เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้โจทก์ อันเป็นเหตุให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 ก็ตาม แต่โจทก์ย่อมมีสิทธิในห้องชุดพิพาทในฐานะผู้ซื้อที่สุจริต และมีสิทธิที่จะขอให้จำเลยที่ 1 ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้โจทก์ได้หากโจทก์ได้ชำระหนี้ที่เจ้าของเดิมของห้องชุดพิพาทค้างชำระ เช่นนี้ การที่โจทก์ขอชำระหนี้ของห้องชุดพิพาทที่ค้างชำระและขอให้ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้ โดยโจทก์และจำเลยที่ 1 ยังมีข้อโต้แย้งกันว่ายอดหนี้ค้างชำระของห้องชุดพิพาททั้งในส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าปรับหรือเงินเพิ่มมีจำนวนเท่าใด ตลอดจนจำเลยที่ 1 จะเรียกให้โจทก์ชำระได้มากน้อยเพียงใด จึงเป็นกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวด้วยยอดหนี้ค้างชำระของห้องชุดพิพาทที่โจทก์จะต้องรับผิดชำระให้แก่จำเลยที่ 1 อันเป็นการโต้แย้งสิทธิระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันรับชำระเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลางของห้องชุดเลขที่ 16/93 ในอัตราเดือนละ 298.20 บาท ย้อนหลังไป 5 ปี นับแต่วันฟ้องพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้นค่าส่วนกลางแต่ละงวดที่ค้างชำระ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องและคำให้การแล้วมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยและพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อห้องชุดพิพาทเลขที่ 16/93 ชั้นที่ 2 อาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารครูเมืองทอง 1 จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งเจ้าของเดิมของห้องชุดพิพาทค้างชำระหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคลอาคารชุดพิพาท มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจะยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในห้องชุดที่ประมูลซื้อมาได้เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้โจทก์ อันเป็นเหตุให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ก็ตาม แต่โจทก์ย่อมมีสิทธิในห้องชุดพิพาทในฐานะผู้ซื้อที่สุจริต และมีสิทธิที่จะขอให้จำเลยที่ 1 ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้โจทก์ได้หากโจทก์ได้ชำระหนี้ที่เจ้าของเดิมของห้องชุดพิพาทค้างชำระ เช่นนี้ การที่โจทก์ขอชำระหนี้ของห้องชุดพิพาทที่ค้างชำระและขอให้ออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ให้ โดยโจทก์และจำเลยที่ 1 ยังมีข้อโต้แย้งกันว่ายอดหนี้ค้างชำระของห้องชุดพิพาททั้งในส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลางและค่าปรับหรือเงินเพิ่มมีจำนวนเท่าใด ตลอดจนจำเลยที่ 1 จะเรียกให้โจทก์ชำระได้มากน้อยเพียงใด จึงเป็นกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวด้วยยอดหนี้ค้างชำระของห้องชุดพิพาทที่โจทก์จะต้องรับผิดชำระให้แก่จำเลยที่ 1 อันเป็นการโต้แย้งสิทธิระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง และเมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 โต้แย้งว่าไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์เพราะจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งถูกแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 ก็ชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องวินิจฉัยจากพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายจะได้นำสืบในชั้นพิจารณา ส่วนจะบังคับตามคำขอบังคับของโจทก์ได้หรือไม่เพียงใด ก็เป็นกรณีที่ศาลจะพิพากษาเมื่อได้พิจารณาพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นแล้ว ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้ออ้างตามคำฟ้องของโจทก์ยังไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ แล้วพิพากษายกฟ้องมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น และเนื่องจากคดีนี้ยังมิได้มีการสืบพยาน จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 247 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสามต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19860/2555 บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม อาคารครูเมืองทอง 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นิติบุคคลอาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียมอาคารครูเมืองทอง 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วรงค์พร จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายเอกพล ชุติมาธิกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3236/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา