⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 20075/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20075/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้มอบทรัพย์สินไป โดยมีเจตนาเพียงเพื่อการทำพิธีตามที่ถูกหลอกลวง ไม่ใช่การมอบให้โดยสมัครใจ จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยและมีสิทธิร้องทุกข์ดำเนินคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายทั้งสองนำเงินที่จะซื้อหวยมาทำพิธีทาน้ำมันตาทิพย์ก่อนจึงจะแทงหวยถูก เมื่อผู้เสียหายทั้งสองนำเงินใส่บาตรเพื่อให้จำเลยทำพิธี จำเลยไม่คืนเงินให้โดยแจ้งว่าขอให้นำเงินดังกล่าวร่วมทุนกับทางวัดเพื่อไปซื้อหวย ความจริงผู้เสียหายที่ 1 ไม่ยินยอม แต่กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ตนและบุตรชาย แสดงว่าผู้เสียหายทั้งสองไม่มีเจตนาที่จะมอบเงินให้จำเลยไปซื้อหวยให้ เพราะสามารถซื้อเองได้อยู่แล้ว ผู้เสียหายทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธิร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 144,000 บาท และคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 11,500 บาท และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 454/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 144,000 บาท และคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 11,500 บาท ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 454/2547 หมายเลขแดงที่ 1633/2547 ของศาลชั้นต้นนั้น คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย จึงมิอาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายทั้งสองและนายชวลิต เบิกความเป็นพยานทำนองเดียวกันว่า จำเลยหลอกให้ผู้เสียหายทั้งสองนำเงินที่จะแทงหวยมาทำพิธีทาน้ำมันตาทิพย์ก่อนจึงจะแทงถูก เมื่อผู้เสียหายทั้งสองนำเงินมามอบให้จำเลยทำพิธี จำเลยกลับไม่คืนเงินให้โดยอ้างว่าซื้อหวยให้แล้ว เห็นว่า ปกติผู้ให้หวยจะไม่ทำหน้าที่ซื้อหวยให้ด้วย แต่จะให้ผู้ได้รับใบ้หวยไปแทงหวยเอง พฤติกรรมของจำเลยกับพวกจึงมีพิรุธ ประกอบกับผู้เสียหายที่ 1 ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ผู้เสียหายที่ 1 กับบุตรชายนำเงินใส่บาตรแล้ว จำเลยแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวขอให้ร่วมทุนกับทางวัดเพื่อไปซื้อหวย ความจริงผู้เสียหายที่ 1 ไม่ยินยอม แต่กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ตนและบุตรชาย แสดงว่าผู้เสียหายทั้งสองไม่มีเจตนาที่จะมอบเงินให้จำเลยไปซื้อหวยให้เลย เพราะสามารถซื้อเองได้อยู่แล้ว ผู้เสียหายทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธิร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20075/2555 พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียว โจทก์ นายสมเกียรติ นิยมสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียว · จำเลย - นายสมเกียรติ นิยมสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีป ตันสวัสดิ์ · ศิริชัย วัฒนโยธิน · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเขียว - นางสาวธนวรรณ เนียมกลาง · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5360/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 915/2566ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 276/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา