⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 295/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2555

พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.39, 40, 43 ฯลฯ · ป.อาญา ม.291, 390

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา หากตนเองมิใช่ผู้เสียหายโดยตรงตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา 291 และ 390 ผู้ร้องได้รับความเสียหายเพราะเหตุรถยนต์ที่เฉี่ยวชนกระเด็นมาชนรถยนต์ของผู้ร้องที่จอดอยู่ ผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายหรือเป็นผู้ได้รับอันตรายแก่กาย ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดดังกล่าว ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 39, 40, 43, 151 และ 157 เป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดดังกล่าวเช่นเดียวกัน ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 ประมวลกฎหมายอาญา ม.390 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.39 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.40 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.151 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.390 → พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.39 → พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.40 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 39, 40, 43, 151, 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายวีระพันธุ์ เจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต 999 บุรีรัมย์ ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 57,550 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 39, 40, 43 (4), 151, 157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 57,550 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สมควรกำหนดโทษให้เบาลงและรอการลงโทษหรือไม่ เห็นว่า บริเวณข้างถนนที่เกิดเหตุมีรถยนต์ของชาวบ้านจอดอยู่หลายคันเพราะมีการทำบุญกฐิน ผู้คนพลุกพล่าน จำเลยขับรถยนต์โดยสารซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่ย่อมต้องเพิ่มความระมัดระวัง แต่จำเลยกลับขับรถด้วยความเร็วสูงจนเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนด้านท้ายรถยนต์กระบะที่แล่นอยู่ข้างหน้าอย่างแรง รถยนต์กระบะกระเด็นไปชนกับรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่ข้างถนนแล้วพลิกคว่ำทำให้มีผู้ถึงแก่ความตาย 2 คน และได้รับอันตรายแก่กายอีก 2 คน เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น นับเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรง หลังเกิดเหตุจำเลยไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ แม้จำเลยจะนำเงินมาวางศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ให้แก่ทายาทของผู้ตาย แต่ก็เป็นการกระทำภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ทั้งไม่ปรากฏว่าทายาทของผู้ตายไม่ติดใจเอาความ กรณียังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่สมควรจะกำหนดโทษให้เบาลงและรอการลงโทษ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและไม่รอการลงโทษนั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของตนที่จอดอยู่ถูกรถยนต์กระบะกระเด็นมาชนได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และ 390 ผู้ร้องไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายหรือเป็นผู้ได้รับอันตรายแก่กาย ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดที่โจทก์ฟ้องดังกล่าว ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 39, 40, 43, 151 และ 157 ที่โจทก์ฟ้องเป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดดังกล่าวเช่นเดียวกัน ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องจึงไม่ชอบ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำร้องของผู้ร้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2555 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายสุพล พร้อมทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายสุพล พร้อมทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กรองเกียรติ คมสัน · พิศล พิรุณ · อิสสระ นิ่มละมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสุภาษิต กาฬหว้า · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายบุญศักดิ์ คงฤทธิแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.181/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 1167/2530ฎีกา 3829/2531ฎีกา 5494/2534ฎีกา 8358/2538ฎีกา 6505/2555ฎีกา 404/2497ฎีกา 2680/2531ฎีกา 96/2529ฎีกา 1429/2520ฎีกา 1432/2535ฎีกา 929/2544ฎีกา 21386/2556ฎีกา 5178/2563ฎีกา 4526/2546ฎีกา 8725/2561ฎีกา 7705/2549ฎีกา 461/2536ฎีกา 1118/2538ฎีกา 1145/2534ฎีกา 1909/2516ฎีกา 1460/2517ฎีกา 2377/2527ฎีกา 2588/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา