⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1145/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยลงโทษจำเลยในความผิดฐานขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร สามารถกระทำได้ แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจะแตกต่างจากที่บรรยายฟ้องเล็กน้อย หากข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่ในบทบัญญัติมาตราเดียวกันและเป็นความผิดประเภทเดียวกัน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาทด้วยความเร็วสูงและฝ่าฝืนสัญญาณไฟสีแดง แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยขับรถฝ่าฝืนสัญญาณจราจรไฟสีเหลืองอำพันไปโดยไม่หยุดที่หลังเส้นให้รถหยุด ศาลย่อมนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยได้ทั้งนี้เพราะการขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรดังกล่าว เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในมาตราเดียวกันคือมาตรา 22,152 เมื่อฝ่าฝืนก็เป็นความผิดเช่นเดียวกันจึงถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.22 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.152 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์สาธารณรับจ้างด้วยความเร็วสูงเข้าสู่สี่แยกฝ่า สัญญาณไฟแดงโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนกับรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 ขับขี่ มีนายคนึงนิจ ศรีวิโรจน์นั่งซ้อนท้ายทำให้นางคนึงนิจ ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส จำเลยที่ 2ได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยที่ 2 ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนและขับขี่โดยประมาทฝ่า สัญญาณไฟแดงเจ้าสู่สี่แยกเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับ ทำให้นางคนึงนิจ ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43, 157 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพฐานขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปฏิเสธข้อหาขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 157 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จำคุกคนละ 1 ปี และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 อีกกระทงหนึ่งปรับ 200 บาท จำเลยที่ 2 รับสารภาพในความผิดฐานนี้มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 100 บาทรวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 100 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เกี่ยวกับสัญญาณจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 22 บัญญัติไว้ว่า ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรที่ปรากฏข้างหน้าในกรณีต่อไปนี้ (1) สัญญาณจราจรไฟสีเหลืองอำพันให้ผู้ขับขี่เตรียมหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุดเพื่อเตรียมปฏิบัติตามสัญญาณที่จะปรากฏต่อไปดังกล่าวใน (2) เว้นแต่ผู้ขับขี่ที่ได้เลยให้รถหยุดไปแล้วให้เลยไปได้ (2) สัญญาณจราจรไฟสีแดงหรือเครื่องหมายจราจรสีแดงที่มีคำว่า"หยุด" ให้ผู้ขับขี่หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด จึงเป็นที่เห็นได้ว่าสัญญาณจราจรไฟสีเหลืองอำพันกับสัญญาณจราจรไฟสีแดงเป็นบทบัญญัติที่อยู่ในมาตราเดียวกันให้ผู้ขับขี่รถปฏิบัติตามสัญญาณจราจรในลักษณะเดียวกันคงต่างกันเพียงว่าถ้าเป็นสัญญาณจราจรไฟสีเหลืองอำพันให้ผู้ขับขี่เตรียมหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุดเพื่อเตรียมปฏิบัติตามสัญญาณไฟสีแดงที่จะปรากฏต่อไป ทั้งนี้ โดยมีข้อยกเว้นไว้ด้วยว่าถ้าผู้ขับขี่ที่ได้ขับรถเลยเส้นให้ รถหยุดไปแล้วให้เลยไปได้ ส่วนสัญญาณจราจรไฟสีแดงนั้นเป็นสัญญาณที่ให้ผู้ขับขี่ต้องหยุดจะ ขับรถเลยต่อไปอีกไม่ได้ แสดงว่าสัญญาณไฟสีเหลืองอำพันเป็นการเตือนให้ผู้ขับขี่เตรียมตัวหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุดถ้าผู้ขับขี่มิได้เตรียมตัวหยุดรถกลับขับฝ่าฝืนสัญญาณไฟสีเหลืองอำพันก็เป็นความผิดเช่นเดียวกันกับที่ขับไม่หยุดรถเมื่อมีสัญญาณไฟแดงโดยขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงไป ฉะนั้น ถ้าผู้ขับรถไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจรดังกล่าวก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 คดีนี้แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟสีแดงแต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 1 ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณจราจรไฟสีเหลืองอำพันไปโดยไม่หยุดที่หลังเส้นให้รถหยุดก็เป็นความผิดเช่นเดียวกัน ศาลย่อมนำมาวินิจฉัยลงโทษจำเลยที่ 1ได้ โดยไม่ถือว่าทางพิจารณาต่างกับฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด ตรัง โจทก์ นาย ธง ชัย ตันสุริย วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตรัง · จำเลย - นาย ธง ชัย ตันสุริย วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา