⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3114/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาคดีอาญาต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่อ้างในฟ้อง หากข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่อ้างในฟ้องในสาระสำคัญ ศาลจะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดอาญาฐานอื่นที่ไม่ได้อ้างในฟ้องไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาเม็ดพลาสติกที่โม่บดแล้วของผู้เสียหายไป แต่ทางพิจารณาได้ความว่า ผู้เสียหายกับจำเลยประกอบธุรกิจร่วมกัน โดยจำเลยมีหน้าที่แต่เพียงผู้เดียวที่ไปประมูลเม็ดพลาสติกมือสองนำมาบดแล้วนำไปขายและเก็บเงินจากลูกค้า ส่วนโจทก์มีหน้าที่ออกเงินลงทุน แต่สาเหตุที่ผู้เสียหายดำเนินคดีนี้แก่จำเลย เนื่องจากจำเลยนำเม็ดพลาสติกที่บดแล้วไปขายให้แก่ลูกค้า เมื่อรับเงินมาแล้วไม่ยอมส่งมอบให้แก่ผู้เสียหายหาใช่จำเลยลักเม็ดพลาสติกไม่ ทรัพย์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดจึงแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณา เพราะเงินที่จำเลยไม่ยอมมอบแก่ผู้เสียหายไม่ใช่สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด จึงเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญ และศาลไม่อาจนำข้อเท็จจริงที่ได้จากทางพิจารณามาวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดอาญาฐานใดได้ เพราะเป็นการพิพากษาเกินฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 336 ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 40,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 3 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 40,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ส่วนที่ไม่มีผู้โต้แย้งฟังได้เป็นยุติว่า ผู้เสียหายและจำเลยร่วมทำธุรกิจซื้อขายเม็ดพลาสติก ในส่วนที่เป็นพลาสติกเก่า (เศษพลาสติก) เมื่อซื้อมาแล้ว ผู้เสียหายและจำเลยจะว่าจ้าง นายวรชิต เป็นผู้โม่บดอัดแล้วบรรจุกระสอบเพื่อส่งให้แก่ลูกค้าต่อไป ตามวันเวลาที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยนำเศษพลาสติกน้ำหนักประมาณ 2 ตัน ไปว่าจ้างนายวรชิตโม่อัด จากนั้นจำเลยนำพลาสติกดังกล่าวไปขายให้แก่ลูกค้า และจำเลยได้รับเงินค่าขายพลาสติกจากลูกค้ามาแล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์ฎีกาว่า ผู้เสียหายเป็นผู้ออกเงินในการลงทุนแต่เพียงผู้เดียว และมีหน้าที่ในการเก็บเงินจากลูกค้า จำเลยไม่มีหน้าที่ดังกล่าวแต่มีหน้าที่เพียงติดต่อลูกค้าในการซื้อเม็ดพลาสติกเท่านั้นการที่จำเลยนำเม็ดพลาสติกไปขาย จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์นั้น เห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความว่า การทำธุรกิจร่วมกันระหว่างผู้เสียหายและจำเลยนั้น เป็นการทำกิจการที่บ้านผู้เสียหายไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สาเหตุที่ให้จำเลยช่วยงานด้านการตลาดเพราะผู้เสียหายไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจเม็ดพลาสติกมาก่อน การแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกันจะแบ่งเป็นคราว ๆ เมื่อขายสินค้าได้ สำหรับเม็ดพลาสติกมือสอง (น่าจะหมายถึงเศษพลาสติกตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง) จำเลยจะเป็นผู้ไปประมูลมาบดแล้วเก็บไว้ที่บ้านนายวรชิต จำเลยสามารถขนเม็ดพลาสติกบรรทุกรถไปขายคนเดียวได้ เนื่องจากทางปฏิบัติจำเลยก็ทำคนเดียวอยู่แล้ว จากคำเบิกความของผู้เสียหายดังกล่าว แสดงว่า สาเหตุที่ผู้เสียหายดำเนินดคีแก่จำเลย เป็นเพราะจำเลยนำเม็ดพลาสติกบดอัดไปขายแก่ลูกค้าและรับเงินค่าสินค้ามาแล้วแต่ไม่นำเงินดังกล่าวมามอบให้แก่ผู้เสียหาย หาใช่เป็นเพราะจำเลยลักเศษพลาสติก(เม็ดพลาสติก)ตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องไม่ เพราะการนำเม็ดพลาสติกไปขายแก่ลูกค้า เป็นหน้าที่ตามปกติของจำเลยในการร่วมลงทุนกับผู้เสียหายอยู่แล้ว ดังนั้น ทรัพย์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดจึงแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณา เพราะไม่ใช่สิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิด ย่อมถือว่าเป็นข้อแตกต่างในสาระสำคัญ ศาลไม่อาจนำข้อเท็จจริงแห่งคดีที่ได้จากทางพิจารณาว่า การที่จำเลยไม่นำเงินที่ได้จากการขายสินค้ามอบแก่ผู้เสียหายตามข้อตกลง มาวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดอาญาในฐานใดหรือไม่ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายสมพิศ ฉิ่งทองคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นายสมพิศ ฉิ่งทองคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประยูร ณ ระนอง · สมควร วิเชียรวรรณ · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายศรัณย์ พรหมสุรินทร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกษิดิ์เดช จีนสลุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.7725/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา