⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3537/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการและผู้แทนโดยชอบธรรมของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร การที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ใช้มาตรการตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 แล้ว ไม่เป็นการตัดสิทธิในการฟ้องร้องบังคับคดีตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ตามกฎหมายดังกล่าวมาตรา 46 วรรคสอง กำหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจึงทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์โดยที่ประชุมคณะกรรมการมีมติมอบอำนาจให้ ส. ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเพื่อบังคับชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคและค่าบริการสาธารณะ อันเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 เป็นบทบัญญัติกำหนดมาตรการในการลงโทษด้วยการจำกัดสิทธิบางประการแก่สมาชิกผู้ที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด หาได้บัญญัติว่าหากโจทก์ใช้มาตรการดังกล่าวแล้วจะถูกจำกัดมิให้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองอีกแต่อย่างใดไม่ ดังนั้นเมื่อปรากฏจำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้ดังกล่าว โจทก์ย่อมสามารถใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องจำเลยทั้งสองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ม.46 พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 19,281 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 18,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 1,200 บาท และในศาลอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 46 วรรคสอง บัญญัติให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก อันเป็นการกำหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งความประสงค์ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคสอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานีผู้เป็นโจทก์โดยที่ประชุมคณะกรรมการของโจทก์มีมติมอบอำนาจให้นายสนั่น ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเพื่อบังคับชำระหนี้ค่าจัดการดูแลรักษาสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ อันเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2548 ถือได้ว่าการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแก่จำเลยทั้งสองเป็นไปโดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 เป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดมาตรการบังคับแก่สมาชิกผู้ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคไว้โดยเฉพาะแล้วว่าผู้ที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่สามเดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภคและในกรณีที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระจนกว่าจะชำระให้ครบถ้วนเมื่อโจทก์ดำเนินการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรแก่จำเลยทั้งสองแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้องอีกนั้น เห็นว่า บัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดมาตรการในทางลงโทษด้วยการจำกัดสิทธิบางประการแก่สมาชิกผู้ที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น หาได้บัญญัติว่าหากโจทก์ใช้มาตรการบังคับดังกล่าวแล้วจะถูกจำกัดไม่ให้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองอีก แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2555 นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานี โจทก์ นางกมลทิพย์ ปัทมินทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานี · จำเลย - นางกมลทิพย์ ปัทมินทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางเปี่ยมพร้อม สุขภิมนตรี · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิบูลย์ แสงชมภู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1606/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา