⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 880/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยที่ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำผิดในคดีอาญาโดยตรงได้ เพราะความเสียหายของผู้รับประกันภัยเกิดจากสัญญาประกันภัย มิใช่เกิดจากการละเมิดของผู้กระทำผิด.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องมิใช่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง เพียงแต่อ้างสิทธิในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ถูกจำเลยลักไปซึ่งได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยและมาใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยเท่านั้น ความเสียหายของผู้ร้องที่อ้างว่าได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปนั้นจึงเกิดขึ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย มิใช่เกิดจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นการกระทำละเมิดของจำเลย สิทธิเรียกร้องความเสียหายของผู้ร้องจึงมิใช่เป็นการเรียกร้องในมูลหนี้ละเมิดเช่นเดียวกันกับผู้เสียหายทั้งสอง จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยใช้ราคาที่ผู้ร้องได้ชดใช้ไปตามสัญญาประกันภัยได้ ผู้เสียหายในคดีอาญา หมายถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง ซึ่งคดีนี้ผู้เสียหายในความผิดฐานลักทรัพย์รถยนต์คือผู้เสียหายทั้งสอง และพนักงานอัยการโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องเรียกให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาแทนแก่ผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้น โดยเป็นการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะตามมาตรา 43 และเมื่อพิจารณาประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 แล้ว ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่า สิทธิของผู้เสียหายที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนตามมาตราดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ของผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตาม มาตรา 4, 5 และ 6 เท่านั้น ผู้เสียหายที่จะถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 50 จึงหมายถึงผู้เสียหายในคดีอาญาเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.44 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ราคารถเป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยลักรถยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 ในขณะอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายที่ 1 ไป ผู้เสียหายทั้งสองจึงเป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ผู้เสียหายทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินคือรถยนต์หรือราคารถยนต์ที่ผู้เสียหายสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดดังกล่าวคืนได้ แต่ผู้ร้องมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ของจำเลยโดยตรง เพียงแต่อ้างสิทธิในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ถูกจำเลยลักไป ซึ่งได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายที่ 2 ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยและมาใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยเท่านั้น ดังนั้นความเสียหายของผู้ร้องที่อ้างว่าได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปนั้น จึงเกิดขึ้นจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย มิใช่เกิดจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นการกระทำละเมิดของจำเลย สิทธิเรียกร้องความเสียหายของผู้ร้องจึงมิใช่เป็นการเรียกร้องในมูลหนี้ละเมิดเช่นเดียวกันกับผู้เสียหายทั้งสองตามที่ผู้ร้องฎีกาแต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 50 บัญญัติไว้ว่า "ในกรณีที่ศาลสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินหรือค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายตามมาตรา 43 มาตรา 44 หรือ มาตรา 44/1 ให้ถือว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา" ดังได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วว่า ผู้เสียหายในคดีอาญาหมายถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง ซึ่งคดีนี้ผู้เสียหายในความผิดฐานลักทรัพย์รถยนต์คือผู้เสียหายทั้งสอง และพนักงานอัยการโจทก์ก็มีคำขอท้ายฟ้องเรียกให้จำเลยคืนรถยนต์หรือใช้ราคาแทนแก่ผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้น โดยเป็นการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะตามมาตรา 43 และเมื่อพิจารณาประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 ด้วยแล้ว ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่าสิทธิของผู้เสียหายที่จะเรียกเอา ค่าสินไหมทดแทนตามมาตราดังกล่าวเป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ของผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 4, 5 และ 6 เท่านั้น ดังนั้นผู้เสียหายที่จะถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 50 ดังกล่าว จึงหมายถึงผู้เสียหายในคดีอาญาเท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2555 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี โจทก์ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายรณชัย บุญเกิด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี · ผู้ร้อง - บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายรณชัย บุญเกิด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรเพชร วิชิตชลชัย · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · สุทธินันท์ เสียมสกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายมนตรี กิติพงศ์ไพโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.7290/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8192/2560ฎีกา 888/2490ฎีกา 2069/2552ฎีกา 1039/2516ฎีกา 3303/2531ฎีกา 7201/2568ฎีกา 299/2490ฎีกา 11216/2555ฎีกา 2414/2516ฎีกา 5702/2533ฎีกา 3793/2530ฎีกา 22267/2555ฎีกา 956/2491ฎีกา 702/2532ฎีกา 3050/2544ฎีกา 920/2480ฎีกา 1103-1104/2496ฎีกา 2289/2568ฎีกา 1546/2511ฎีกา 1976-1977/2505ฎีกา 747/2565ฎีกา 1243/2545ฎีกา 3352/2536ฎีกา 1070/2504
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา