⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10327/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10327/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกาจะต้องย้อนสำนวนกลับไปยังศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ทั้งหมด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างฟ้องเพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสิบเอ็ด (คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์) ที่สั่งให้โจทก์รับผู้ร้องซึ่งเป็นลูกจ้างที่โจทก์เลิกจ้างกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหายให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลแรงงานกลางยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสิบเอ็ดต่อไปโดยไม่รอว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาเกี่ยวกับคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมของผู้ร้องก่อน แล้วมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลแรงงานกลางต่อศาลฎีกา คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา หากศาลฎีกาจะมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วมก็ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ทั้งหมดซึ่งจะทำให้คดีต้องล่าช้าออกไป ไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องต่อไป จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่านายสมทัต ลูกจ้างโจทก์ตำแหน่ง ผู้จัดการห้องอาหาร กระทำการฝ่าฝืนคำสั่งและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ก่อความเสียหายหลายครั้งอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 โจทก์จึงมีหนังสือแจ้งเตือนเพื่อลงโทษทางวินัย แต่นายสมทัตยังคงกระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและก่อความเสียหายแก่โจทก์ โจทก์จึงมีหนังสือลงวันที่ 22 มกราคม 2552 เลิกจ้างนายสมทัต ต่อมาวันที่ 27 มกราคม 2552 นายสมทัตยื่นคำร้องกล่าวหาโจทก์ต่อจำเลยทั้งสิบเอ็ดว่า การที่โจทก์เลิกจ้างนายสมทัตเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม จำเลยทั้งสิบเอ็ดพิจารณาแล้วมีคำสั่งที่ 87/2552 ลงวันที่ 23 เมษายน 2552 ให้โจทก์รับนายสมทัตกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายนับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันรับกลับเข้าทำงานอันเป็นคำสั่งไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสิบเอ็ด จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การว่าคำสั่งที่ 87/2552 ลงวันที่ 23 เมษายน 2552 เป็นคำสั่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา นายสมทัต ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า หลังจากศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วม ยกคำร้องแล้ว และผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาเป็นคดีนี้ ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสิบเอ็ดต่อไปโดยไม่ได้รอว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาเกี่ยวกับคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมอย่างไรก่อน จนศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ดังนั้นหากศาลฎีกาจะมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วมก็ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้คดีดังกล่าวต้องล่าช้าไป เช่นนี้ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องต่อไป จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10327/2556 บริษัทบุญสมก่อสร้าง จำกัด โจทก์ นายสมทัต บุญมี ผู้ร้อง นายจิรธร ปุญญฤทธิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบุญสมก่อสร้าง จำกัด · ผู้ร้อง - นายสมทัต บุญมี · จำเลย - นายจิรธร ปุญญฤทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิทยา ทาระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.14/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา