⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13572/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13572/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น คู่ความย่อมมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้ แม้กฎหมายจะห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงในคดีประเภทนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้ แม้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของผู้ถูกฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งคู่ความในคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 319 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายสมเกียรติ บุตรจำเลยเป็นคู่ความแทนที่จำเลย แล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินดังกล่าวกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ หลังจากนั้น โจทก์ยื่นคำร้องว่าบริวารของจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับโดยยังคงอยู่ในที่ดินพิพาท ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จับกุมและกักขังผู้ร้องกับพวกอีกหลายคนซึ่งโจทก์อ้างเป็นบริวารของจำเลยที่ยังอยู่ในที่ดิน เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ร้องได้ตามหมายจับและนำตัวผู้ร้องมาส่งศาลแล้วมีผู้รับประกันตัวผู้ร้องไป ระหว่างที่โจทก์ดำเนินการตรวจสอบเรื่องการปฏิบัติตามคำบังคับ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องย้ายออกจากบ้านในที่ดินของโจทก์ไปเช่าบ้านอยู่ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และต่อมาได้ซื้อบ้านหลังใหม่ไว้แล้ว ขอให้เพิกถอนหมายจับผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้เพิกถอนสัญญาประกัน และให้กักขังผู้ร้องไว้จนกว่าจะยอมปฏิบัติตามคำบังคับ แต่มิให้เกิน 6 เดือน ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า ไม่กักขังผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ แม้เป็นคดีที่เกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของผู้ถูกฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งคู่ความในคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสาม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องได้ออกไปจากที่ดินพิพาทแล้วหรือไม่ ผู้ร้องเบิกความยืนยันว่าได้จดทะเบียนหย่ากับนายสมเกียรติ ซึ่งเป็นบุตรของจำเลย และผู้ร้องย้ายออกจากที่ดินพิพาทไปพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 18/25 หมู่ที่ 15 ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่งจังหวัดราชบุรี ซึ่งผู้ร้องกับบุตรได้ร่วมกันซื้อมาแล้ว ตามสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน หนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน โฉนดที่ดิน และสำเนาทะเบียนบ้าน กับมีภาพถ่ายบ้านของผู้ร้องมาแสดง ส่วนโจทก์ไม่ได้ยื่นคำคัดค้านและไม่นำพยานเข้าไต่สวนโต้แย้งว่าผู้ร้องยังคงอยู่ในที่ดินพิพาท การที่ผู้ร้องไม่ได้นำนายสมเกียรติและบุตรของผู้ร้องมาเบิกความสนับสนุนก็เป็นสิทธิของผู้ร้องที่จะนำพยานคนใดมาไต่สวนก็ได้หาได้เป็นข้อพิรุธไม่ส่วนการที่นายสมเกียรติยังไม่ได้ออกไปจากที่ดินพิพาทก็เป็นเรื่องที่โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการให้นายสมเกียรติออกไปหาได้เกี่ยวกับผู้ร้องไม่ พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมารับฟังได้ว่า ผู้ร้องได้ออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์แล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องกักขังผู้ร้องอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาไม่ให้กักขังผู้ร้องมานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และ 167 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13572/2556 มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพฯ โจทก์ นางวี ว่องวงศ์อารีหรือมุมแดง ผู้ร้อง นางนิ่ม ชื่นผึ่ง โดยนายสมเกียรติ ว่องวงศ์อารี ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพฯ · ผู้ร้อง - นางวี ว่องวงศ์อารีหรือมุมแดง · จำเลย - นางนิ่ม ชื่นผึ่ง โดยนายสมเกียรติ ว่องวงศ์อารีผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิวรรต นิ่มละมัย · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายประโยชน์ ดีสวัสด์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายจักรกฤช เจริญเลิศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.814/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา