⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19276/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19276/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น แม้จะกระทำในครั้งเดียวกัน แต่หากการกระทำแต่ละอย่างนั้นเป็นความผิดที่เกิดขึ้นต่างหากแยกจากกันได้โดยชัดเจน ก็ให้ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้งสองฉบับไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกัน ถือได้ว่ามีเจตนาให้ผู้เสียหายจ่ายเงินตามเบี้ยประกันตามกรมธรรม์ซึ่งเป็นเอกสารปลอมแต่ละฉบับแยกจากกันเป็นคนละส่วนคนละจำนวน แม้จำเลยจะกระทำในครั้งเดียวกันก็เป็นความผิดที่เกิดขึ้นต่างหากแยกจากกันได้โดยชัดเจน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 264, 265, 268 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมเป็นจำคุก 2 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า กระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ในวันและเวลาเกิดเหตุตามฟ้องมีคนร้ายทำปลอมซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกให้แก่บริษัทเมืองนิมิตร จำกัด ผู้เสียหาย รวม 2 ฉบับ ตามวิธีการที่โจทก์บรรยายในฟ้อง ต่อมาจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายตัวแทนและนายหน้าบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันทั้งที่รู้ว่าเป็นเอกสารปลอม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือความผิดหลายกรรมต่างกัน พิเคราะห์แล้วปัญหาดังกล่าวศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันในครั้งเดียวกันหรือต่างครั้งกัน จึงต้องฟังว่ามีการแสดงกรมธรรม์ทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันในครั้งเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมเพียงกรรมเดียว โจทก์ฎีกาว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันต่างครั้งกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า การที่จำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันถือได้ว่ามีเจตนาให้ผู้เสียหายจ่ายเงินเบี้ยประกันตามกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมแต่ละฉบับแยกจากกันเป็นคนละส่วนคนละจำนวน แม้จำเลยจะกระทำในครั้งเดียวกันตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ยังถือว่าเป็นความผิดที่เกิดขึ้นต่างหากแยกจากกันได้โดยชัดเจนเป็นการเฉพาะ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ยกขึ้นอ้างในฎีกา แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และเมื่อโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดโดยกล่าวอ้างว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันต่างครั้งกัน อันถือเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทำนองขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้ กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันต่างครั้งกันตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19276/2556 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวปราณีหรือชนิสราหรือชัชมณฑ์ พวงดอกไม้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสาวปราณีหรือชนิสราหรือชัชมณฑ์ พวงดอกไม้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสะสม สิริเจริญสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายทวีนัส พรรณพงาพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2689/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 5246/2548ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 1603/2511ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา