คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21413/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย ไม่ทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ทายาทของผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้ เว้นแต่จะปรากฏว่าลูกหนี้ตามมูลหนี้เดิมได้ผิดนัดแล้ว.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์กับบริษัท ด. ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดย ด. ผูกพันยอมรับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันและตามสัญญาจำนองที่มีอยู่เดิม ต่อมา ด. ถึงแก่ความตาย ไม่ปรากฏว่าบริษัท ด. ตกเป็นผู้ผิดนัด โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จึงยังไม่มีสิทธิเรียกให้กองมรดกของ ด. และจำเลยทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมของ ด. ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันและผู้จำนองประกันหนี้ของบริษัทดังกล่าวชำระหนี้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 กรณียังไม่ถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ โจทก์จึงไม่สามารถใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ในการฟ้องบังคับให้กองมรดกของ ด. รวมทั้งจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ด. ให้รับผิดต่อโจทก์ในมูลหนี้ดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมของนายเดชา ร่วมกันรับผิดชำระหนี้ของบริษัทดี.แอล.เอส.จำกัด หากมีการผิดนัดไม่ชำระหนี้ ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากกองมรดกของนายเดชาในจำนวนเงินที่บริษัทดี.แอล.เอส.จำกัด ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้
จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้อง เอกสารท้ายคำฟ้องและคำแถลงของโจทก์แล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานโจทก์ แล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์กับบริษัทดี.แอล.เอส.จำกัด ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยนายเดชายังผูกพันยอมรับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันและตามสัญญาจำนองที่มีอยู่เดิม แต่ต่อมาเมื่อนายเดชาถึงแก่ความตาย ไม่ปรากฏว่าบริษัทดี.แอล.เอส.จำกัด ตกเป็นผู้ผิดนัด โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จึงยังไม่มีสิทธิเรียกให้กองมรดกของนายเดชาและจำเลยทั้งสามในฐานะทายาทโดยธรรมของนายเดชา ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันและผู้จำนองประกันหนี้ของบริษัทชำระหนี้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 กรณียังไม่ถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิ โจทก์จึงไม่สามารถใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ในการฟ้องบังคับให้กองมรดกของนายเดชา รวมทั้งจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนายเดชาให้รับผิดต่อโจทก์ในมูลหนี้ดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21413/2556
ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์
นางสาวกรทอง แท้เที่ยงธรรม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางสาวกรทอง แท้เที่ยงธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · นพพร โพธิรังสิยากร · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นางฤมล ทาสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายคัมภีร์ กิตติปริญญาพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1102/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา