⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2580/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลการกระทำของลูกจ้าง ย่อมต้องรับผิดหากปล่อยปละละเลยให้ลูกจ้างกระทำความผิดตามกฎหมาย แม้ตนเองจะเคยกำชับให้ลูกจ้างปฏิบัติตามกฎหมายแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้ผู้ร้องที่ 1 เคยรับจ้างขนแร่ให้แก่บริษัท จ. มาก่อน และไม่เคยถูกจับกุม แต่ก็มิใช่ว่าการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจะไม่เกิดขึ้น การที่ผู้ร้องที่ 1 กำชับให้จำเลยตรวจสอบใบอนุญาตให้ถูกต้องแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องที่ 1 ทราบว่าอาจมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นได้ และการกำชับดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการควบคุมเบื้องต้นซึ่งเป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องที่ 1 ยังมีหน้าที่ต้องคอยควบคุมดูแลมิให้จำเลยขนแร่โดยไม่มีใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย การที่ผู้ร้องที่ 1 ปล่อยปละละเลยให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ร้องที่ 1 นำรถพ่วงของกลางไปบรรทุกแร่ โดยเป็นผู้ตรวจสอบใบอนุญาตขนแร่เองทั้ง ๆ ที่จำเลยไม่รู้ว่าใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีลักษณะอย่างไร ถือได้ว่า ผู้ร้องที่ 1 ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นอีกด้วย จึงให้ริบรถพ่วงของกลางและยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.105 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 เวลากลางวัน จำเลยมีแร่เหล็ก น้ำหนัก 30 เมตริกตัน ซึ่งเกินกว่าสองกิโลกรัมไว้ในครอบครอง และขนแร่ดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 105, 108, 148, 154 ริบแร่เหล็ก รถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 85 - 7451 นครราชสีมา และรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง ซึ่งเป็นยานพาหนะที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศหนังสือพิมพ์รายวันตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งคืนรถพ่วงของกลางแก่ผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อของกลางแก่ผู้ร้องที่ 2 โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 108 (ที่ถูก มาตรา 105 ด้วย), 148 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีแร่ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับกระทงละ 73,200 บาท รวมเป็นเงิน 146,400 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 73,200 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบแร่เหล็กและรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก คืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 85 - 7451 นครราชสีมา ให้แก่ผู้ร้องที่ 2 ยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบของกลางเฉพาะแร่เหล็ก คืนรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา แก่ผู้ร้องที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง จำเลยเป็นลูกจ้างของผู้ร้องที่ 1 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ผู้ร้องที่ 1 มอบหมายให้จำเลยนำรถพ่วงของกลางไปขนแร่เหล็กที่บ้านผาน้อย ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เพื่อนำไปส่งให้บริษัทจงเฉิงไมนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างนำรถพ่วงของกลางไปชั่งน้ำหนัก เจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจใบอนุญาตขนแร่ แต่จำเลยมีเพียงสำเนาใบอนุญาตขนแร่ ซึ่งมิใช่ใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมดำเนินคดี มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องที่ 1 ไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการนำรถพ่วงของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่ ผู้ร้องที่ 1 มีนายวิโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจของผู้ร้องที่ 1 เบิกความว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2552 ผู้ร้องที่ 1 ได้รับการติดต่อจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามเคกรุ๊ป โดยนายกิตติพงษ์ ให้ผู้ร้องที่ 1 ไปขนแร่ที่จังหวัดเลย ซึ่งผู้ว่าจ้างเคยว่าจ้างผู้ร้องที่ 1 มาก่อน ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ผู้ร้องที่ 1 มอบหมายให้จำเลยนำรถพ่วงของกลางไปบรรทุกแร่ โดยผู้ร้องที่ 1 ได้กำชับจำเลยว่าให้ดูใบอนุญาตขนแร่ให้ครบถ้วนถูกต้อง เห็นว่า แม้ผู้ร้องที่ 1 เคยรับจ้างขนแร่ให้แก่บริษัทจงเฉิงไมนิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มาก่อน และไม่เคยถูกจับกุม แต่ก็มิใช่ว่าการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจะไม่เกิดขึ้น การที่ผู้ร้องที่ 1 กำชับให้จำเลยตรวจสอบใบอนุญาตขนแร่ให้ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องที่ 1 ทราบว่าอาจมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นได้ และการกำชับดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการควบคุมเบื้องต้นซึ่งเป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ร้องที่ 1 กับจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องที่ 1 ยังมีหน้าที่ต้องคอยควบคุมดูแลมิให้จำเลยขนแร่โดยไม่มีใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย และยังได้ความจากนายวิโรจน์ เบิกความตอบโจทก์ถามค้านว่า พยานรู้ว่าการขนแร่ต้องมีใบอนุญาตขนย้ายซึ่งต้องเป็นต้นฉบับหรือสำเนาซึ่งมีคำรับรองถูกต้องของเจ้าพนักงานกำกับไว้ทุกครั้ง กับต้องขนย้ายภายในเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนด แต่ไม่ปรากฏว่านายวิโรจน์แจ้งให้จำเลยทราบถึงเรื่องดังกล่าว ทั้งจำเลยเบิกความว่า ในการขนแร่ทุกครั้งจะได้รับสำเนาใบอนุญาตขนแร่ แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่รู้ว่าใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องมีลักษณะอย่างไร ดังนี้ การที่ผู้ร้องที่ 1 ปล่อยปละละเลยให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ร้องที่ 1 นำรถพ่วงของกลางไปบรรทุกแร่โดยเป็นผู้ตรวจสอบใบอนุญาตขนแร่เอง ทั้งๆ ที่จำเลยไม่รู้ว่าใบอนุญาตขนแร่ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีลักษณะอย่างไร ถือได้ว่าผู้ร้องที่ 1 ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดขนแร่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตเกิดขึ้นอีกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้คืนรถพ่วงของกลางแก่ผู้ร้องที่ 1 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ริบรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 85 - 7622 นครราชสีมา ของกลาง และยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2556 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ บริษัท ซี เค เอส โลจิสติกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด กับพวก ผู้ร้อง นายชินกร ชมภูทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · ผู้ร้อง - บริษัท ซี เค เอส โลจิสติกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด กับพวก · จำเลย - นายชินกร ชมภูทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พศวัจณ์ กนกนาก · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายชัยวัฒน์ ยัพวัฒนพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1757/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2920/2554ฎีกา 4897/2550ฎีกา 4959/2547ฎีกา 6301/2533ฎีกา 880/2505ฎีกา 2599/2544ฎีกา 3159/2532ฎีกา 1585/2545ฎีกา 3287/2534ฎีกา 2987/2543ฎีกา 13584/2558ฎีกา 6722/2539ฎีกา 4954/2533ฎีกา 1556/2479ฎีกา 541/2517ฎีกา 183/2524ฎีกา 1579/2521ฎีกา 8393/2559ฎีกา 5247/2548ฎีกา 5252/2559ฎีกา 3722/2547ฎีกา 2628/2530ฎีกา 14306/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา