คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก จะต้องปรากฏว่าเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญด้วย
ย่อคำพิพากษา
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 บัญญัติว่า "ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย..." หมายความว่าในขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกต้องปรากฏว่าเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องขอและตามทางไต่สวนได้ความว่า ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของ บ. ศาลยังมิได้มีคำสั่งว่า บ. เป็นคนสาบสูญ จึงถือไม่ได้ว่า บ. ถึงแก่ความตายแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 61 และ 62 ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของ บ. มาพร้อมกับขอให้ศาลสั่งให้ บ. เป็นคนสาบสูญ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่านายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ และตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 ประกาศคำสั่งในราชกิจการนุเบกษา คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตแต่การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียงกับขอให้ศาลสั่งให้นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญพร้อมกันได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 และมาตรา 62 การที่จะถือว่าบุคคลใดถึงแก่ความตายเพราะเหตุที่บุคคลนั้นได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลาห้าปีจะต้องมีคำสั่งของศาลให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญเสียก่อน และการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตายดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ที่บัญญัติว่า "ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดั่งต่อไปนี้ (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย..." หมายความว่าในขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกต้องปรากฏว่าเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องขอและตามทางไต่สวนได้ความว่า ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียง ศาลยังมิได้มีคำสั่งว่านายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียงมาพร้อมกับขอให้ศาลสั่งให้นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอจัดการมรดกนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2556
นางคำมี ว่องไว ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางคำมี ว่องไว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วิรุฬห์ แสงเทียน · วรงค์พร จิระภาค |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายนรเทพ สอนเผือก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.3920/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา