⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4701/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4701/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยจำหน่ายยาเสพติดให้แก่ผู้อื่น เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมียาเสพติดนั้นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายก่อนส่งมอบ จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ แม้ข้อเท็จจริงที่ได้ความจะแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับ บ. ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีให้ บ. แม้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ไม่อาจลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 215, 225 แต่การที่จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ บ. เป็นเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายก่อนที่จะส่งมอบ จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายบุญยู้ และตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน 10 เม็ด จึงยึดเป็นของกลางโดยกล่าวหาว่าร่วมกับจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต่อมาจึงจับกุมจำเลยได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจศักดาและดาบตำรวจวีรชน เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมนายบุญยู้เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันสรุปว่า หลังจากได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีการลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนในที่เกิดเหตุ พยานทั้งสองจึงไปดูในที่เกิดเหตุเห็นนายบุญยู้ส่งธนบัตรให้แก่จำเลยและเห็นจำเลยส่งห่อพลาสติกให้แก่นายบุญยู้ พยานทั้งสองจึงเข้าจับกุมนายบุญยู้ไว้ได้และตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในกระเป๋ากางเกงของนายบุญยู้ ส่วนจำเลยหลบหนีไปได้จึงออกหมายจับไว้ เห็นว่า พยานทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันตั้งแต่ซุ่มดูเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุและเห็นจำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายบุญยู้จึงแสดงตัวเข้าจับกุม เมื่อค้นกระเป๋ากางเกงนายบุญยู้พบเมทแอมเฟตามีน 10 เม็ด ของกลาง นายบุญยู้ก็ให้การรับว่า ซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย แม้คำให้การของนายบุญยู้มีลักษณะเป็นคำซัดทอด ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 บัญญัติให้ศาลต้องใช้ความระมัดระวังในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานและไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลยก็ตาม แต่คำซัดทอดของนายบุญยู้ก็มิใช่คำซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิดเพราะมีรายละเอียดของการกระทำความผิดทั้งของนายบุญยู้และของจำเลย โดยให้การวันรุ่งขึ้นหลังจากถูกจับกุมทันที นับว่าเป็นคำซัดทอดที่มีเหตุผล จ่าสิบตำรวจศักดาและดาบตำรวจวีรชนเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ไม่เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ข้อระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ทั้งสองจะเบิกความปรักปรำใส่ร้ายจำเลยให้ต้องโทษจึงไม่มี เชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความตามความเป็นจริง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้นายบุญยู้ แต่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 215, 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย แต่อย่างไรก็ดีการที่จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายบุญยู้ เป็นเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายก่อนที่จะส่งมอบ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4701/2556 พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ นายปัญญาหรือหลอด ขันมณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ · จำเลย - นายปัญญาหรือหลอด ขันมณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ อเนกพุฒิ · พิศาล อัยยะวรากูล · ศิริชัย จิระบุญศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายเจตน์ รอดอ่อน · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายชัยพร สมบุญวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.865/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา