⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5612/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5612/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้กระทำความผิดเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดที่ผู้กระทำความผิดวางแผนหลอกลวงขึ้น ถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนั้น และผู้เสียหายย่อมมีสิทธิร้องทุกข์และฟ้องคดีได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341, 83 โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ให้ผู้เสียหายนำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1 และพวกเล่นการพนันเพื่อเอาเงินจากจำเลยที่ 2 ซึ่งมีเงินเป็นจำนวนมาก ผู้เสียหายถูกหลอกนำเงิน 3,000,000 บาท มาร่วมลงทุนเล่นการพนันโดยจำเลยทั้งสองกับพวกมิได้มีเจตนาที่จะเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน แต่การพนันเป็นเพียงแผนการที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินของผู้เสียหายให้แนบเนียน ทั้งผู้เสียหายก็ไม่มีเจตนาที่จะร่วมเล่นการพนันกับพวกจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้น การที่ผู้เสียหายมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสองกับพวกเพื่อเล่นการพนันดังกล่าวเป็นการตกหลุมพรางที่วางไว้ ถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายเข้าร่วมเล่นการพนันกับพวกจำเลยทั้งสอง ทั้งถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง จึงถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันจะเป็นการร่วมกับจำเลยทั้งสองกระทำผิด ผู้เสียหายจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่หลบหนีร่วมกันหลอกลวงนางสิราวัลย์ ผู้เสียหาย ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยจำเลยที่ 1 กับพวกชักชวนผู้เสียหายให้ไปร่วมเล่นการพนันเพื่อเอาเงินจากจำเลยที่ 2 ซึ่งมีเงินเป็นจำนวนมากอันเป็นความเท็จ ความจริงแล้วจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพวกของจำเลยที่ 1 ไม่มีเงินมากดังที่หลอกลวงและร่วมกับจำเลยที่ 1 หลอกลวงผู้เสียหาย โดยไม่มีเจตนาเล่นการพนันอย่างแท้จริง เป็นเพียงวิธีการที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนแล้วจะเอาเงินของผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ด้วยการหลอกลวงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงิน 3,000,000 บาท มาร่วมลงทุน แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกเอาเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว เหตุเกิดที่จังหวัดระยอง ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้ จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3367/2547 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 3,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองกับพวกซึ่งต่างรู้จักกันมาก่อนสมคบกันวางแผนเพื่อตบตาผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้นในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำนำเรื่องเล่นการพนันมาอ้าง โดยจำเลยทั้งสองกับพวกมิได้มีเจตนาเล่นกันจริง ๆ เพียงแต่เป็นแผนการที่นำมาใช้เพื่อหลอกลวงเอาเงินผู้เสียหายให้แยบยลขึ้นเท่านั้น รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความที่ถือได้ว่า ผู้เสียหายมีเจตนาจะให้จำเลยทั้งสองกับพวกได้รับโทษจึงเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 3,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3367/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายสมัครใจนำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1 กับพวกเพื่อเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวในความผิดฐานฉ้อโกงซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83 โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันหลอกลวงนางสิราวัลย์ ผู้เสียหาย ให้ผู้เสียหายนำเงินมาร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1 และพวกเล่นการพนันเพื่อเอาเงินจากจำเลยที่ 2 ซึ่งมีเงินเป็นจำนวนมาก ผู้เสียหายถูกหลอกนำเงิน 3,000,000 บาท มาร่วมลงทุนเล่นการพนันโดยจำเลยทั้งสองกับพวกมิได้มีเจตนาที่จะเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน แต่การพนันเป็นเพียงแผนการที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินของผู้เสียหายให้แนบเนียน ทั้งผู้เสียหายก็ไม่มีเจตนาที่จะร่วมเล่นการพนันกับพวกจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้น การที่ผู้เสียหายมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสองกับพวกเพื่อเล่นการพนันเป็นการตกหลุมพรางที่วางไว้ ถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายเข้าร่วมเล่นการพนันกับพวกจำเลยทั้งสอง ทั้งถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง จึงถือไม่ได้ว่าผู้เสียหายร่วมเล่นการพนันกับจำเลยทั้งสองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันจะเป็นการร่วมกับจำเลยทั้งสองกระทำผิด ผู้เสียหายจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง และพนักงานอัยการโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า นางสิราวัลย์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยและพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อนี้มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง เนื่องจากความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี คู่ความจึงอาจต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองร่วมกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ จึงเห็นสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในปัญหาดังกล่าว พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5612/2556 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นางช่อลดา สุทธาเนตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นางช่อลดา สุทธาเนตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระพล ตั้งสุวรรณ · วันทนี กีรติพิบูล · เกียรติพงศ์ อมาตยกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายอาทิตย์ พนาจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจตุรงค์ ฉินวิวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.482/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 915/2566ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 389/2542ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 276/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา