คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7294/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลเข้าเสี่ยงภัยในการทะเลาะวิวาท ย่อมไม่ก่อให้เกิดความรับผิดฐานละเมิด หากการกระทำนั้นไม่เกินเลยไปกว่าที่ได้สมัครใจเข้าเสี่ยงภัย แต่หากมีการใช้อาวุธทำร้ายร่างกายเกินกว่าที่ได้สมัครใจเข้าเสี่ยงภัย ถือเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายและต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ย่อคำพิพากษา
ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ก่อเหตุท้าชกต่อยขึ้นก่อน เมื่อ ว. เข้าร่วมในการท้าทายและเกิดชกต่อยต่อสู้กัน จึงเท่ากับทั้งสองฝ่ายยินยอมเข้าเสี่ยงภัยจากการทะเลาะวิวาทนั้น ซึ่งหากเหตุการณ์ดำเนินไปเพียงเท่านี้ การกระทำของทั้งสองฝ่ายย่อมไม่ก่อให้เกิดความรับผิดฐานละเมิด แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ใช้มีดดาบเป็นอาวุธทำร้ายโจทก์ที่ 1 กรณีจึงต้องถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกินเลยไปกว่าที่โจทก์ที่ 1 ได้สมัครใจเข้าเสี่ยงภัยกับ ว. เหตุนี้การที่จำเลยที่ 1 ทำร้ายร่างกายโจทก์ที่ 1 ด้วยอาวุธมีดดาบให้ได้รับอันตรายแก่กาย จึงเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมาย ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหาย 276,368 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสอง 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นการละเมิดอันจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือไม่เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติ เท่ากับวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อน เมื่อนายวศินเข้าร่วมในการท้าทายและชกต่อยต่อสู้กัน จึงเท่ากับทั้งสองฝ่ายยินยอมเข้าเสี่ยงภัยจากการทะเลาะวิวาทนั้น ซึ่งหากเหตุการณ์ดำเนินไปเพียงเท่านี้ การกระทำของทั้งสองฝ่าย ย่อมไม่ก่อให้เกิดความรับผิดฐานละเมิดดังความเห็นของศาลชั้นต้น แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ใช้มีดดาบเป็นอาวุธทำร้ายโจทก์ที่ 1 กรณีจึงต้องถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกินเลยไปกว่าที่โจทก์ที่ 1 ได้สมัครใจเข้าเสี่ยงภัยกับนายวศิน เหตุนี้ การที่จำเลยที่ 1 ทำร้ายร่างกายโจทก์ที่ 1 ด้วยอาวุธมีดดาบให้ได้รับอันตรายแก่กายจึงเป็นการกระทำต่อโจทก์ที่ 1 โดยผิดกฎหมาย จำเลยที่ 1 จึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7294/2556
นายคัมภีร์ ขันทอง โดยนางนวพร ขันทอง
ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก โจทก์
นายวสันต์ ทับตุ้ม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคัมภีร์ ขันทอง โดยนางนวพร ขันทองผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก · จำเลย - นายวสันต์ ทับตุ้ม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วัส ติงสมิตร · ธีระพงศ์ จิระภาค · ถมรัตน์ เลิศไพรวัน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายพัลลภ เลิศชนะเรืองฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรัส เพ็ชรสุวรรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1013/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา