คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทอดตลาดสามารถกำหนดหลักเกณฑ์การประมูลได้ตามที่เห็นสมควร และหากผู้ชนะการประมูลไม่ปฏิบัติตาม ผู้ทอดตลาดมีสิทธิริบเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหายส่วนต่างจากการขายทอดตลาดครั้งใหม่ได้
ย่อคำพิพากษา
บทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 516 เป็นเพียงการกำหนดความรับผิดชอบชดใช้เงินส่วนที่ขาดไปหากนำทรัพย์สินนั้นออกขายซ้ำอีกครั้งหนึ่งแล้วได้เงินไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิมเท่านั้น มิได้บังคับว่าจะต้องทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินใหม่อีกครั้งหนึ่งเสมอไป เพราะเมื่อพิจารณาตาม ป.พ.พ. มาตรา 510 ประกอบด้วยแล้วจะเห็นว่า ผู้ทอดตลาดสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ในคำโฆษณาบอกขายและตามความข้ออื่น ๆ ก็ได้ โดยโจทก์ได้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ให้จำเลยและบุคคลอื่นที่เข้าประมูลซื้อทรัพย์สินของโจทก์ทราบก่อนแล้ว และจำเลยก็ได้ลงลายมือชื่อรับทราบข้อกำหนดดังกล่าวของโจทก์และจำเลยจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของโจทก์ทุกประการตามใบเสนอราคาทรัพย์สินของจำเลย เมื่อจำเลยในฐานะผู้ชนะการประมูลราคาทรัพย์สินของโจทก์เพราะจำเลยเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด แต่จำเลยไม่ชำระราคาทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนดจึงถือว่าจำเลยสละสิทธิในการประมูลดังกล่าวและโจทก์มีสิทธิริบเงินมัดจำซองกับมีสิทธิให้ ช. ผู้ให้ราคาประมูลสูงสุดเป็นอันดับที่สอง เป็นผู้ชนะการประมูลทรัพย์สินของโจทก์ต่อไปและโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชดใช้เงินส่วนต่างที่โจทก์ควรจะได้รับจากจำเลยอีกด้วย เพราะการที่โจทก์ประกาศข้อกำหนดการประมูลราคาทรัพย์สินโดยไม่ได้ประกาศอีกครั้งหนึ่งนั้นเป็นข้อสัญญาเฉพาะรายที่กำหนดขึ้นไว้เพื่อประโยชน์แก่การประมูลขายทรัพย์สินเท่านั้น ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 516 และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,434,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,434,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 2 พฤศจิกายน 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดเป็นค่าทนายความ 5,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ประกาศองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ เรื่อง ขายเครื่องมือช่างและอะไหล่ชนิดต่าง ๆ ของโจทก์ฉบับลงวันที่ 4 เมษายน 2550 ข้อ 4 และข้อ 5 ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เมื่อโจทก์ออกประกาศข้อ 4 กำหนดว่า "ผู้ชนะการประมูลราคาจะต้องทำการชำระเงินตามจำนวนที่เสนอให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 7 วัน ทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากโจทก์ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าสละสิทธิ์ และโจทก์จะยึดเงินมัดจำซองทันที ในกรณีดังกล่าวนี้ โจทก์จะพิจารณาขายให้กับผู้ที่ยื่นซองประมูลราคาที่เสนอราคาเป็นอันดับสองต่อไป" และประกาศข้อ 5 กำหนดว่า "ผู้เสนอราคาสูงสุดของกลุ่มนั้น ๆ จะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินส่วนต่างของราคาที่เสนอกับราคาของผู้เสนอเป็นอันดับสองลบด้วยเงินมัดจำซองที่โจทก์ยึดไว้" โดยโจทก์มิได้นำทรัพย์สินออกประมูลขายอีกครั้งหนึ่งตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินส่วนต่างที่ขาดหายไปได้นั้น เห็นว่า บทบัญญัติตามมาตรา 516 เป็นเพียงการกำหนดความรับผิดของผู้สู้ราคาสูงสุดที่จะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินส่วนที่ขาดไปหากนำทรัพย์สินนั้นออกขายซ้ำอีกครั้งหนึ่งแล้วได้เงินไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาดชั้นเดิมเท่านั้น มิได้บังคับว่าจะต้องทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินใหม่อีกครั้งหนึ่งเสมอไป เพราะเมื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 510 ประกอบด้วยแล้ว จะเห็นได้ว่าผู้ทอดตลาดสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ในคำโฆษณาบอกขายและตามความข้ออื่น ๆ ก็ได้ โดยโจทก์ได้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ให้จำเลยและบุคคลอื่นที่เข้าประมูลซื้อทรัพย์สินของโจทก์ทราบก่อนแล้ว และจำเลยก็ได้ลงลายมือชื่อรับทราบข้อกำหนดดังกล่าวของโจทก์และจำเลยจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของโจทก์ทุกประการตามใบเสนอราคาประมูลทรัพย์สินของจำเลย เมื่อจำเลยในฐานะผู้ชนะการประมูลราคาทรัพย์สินของโจทก์เพราะจำเลยเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด แต่จำเลยไม่ชำระราคาทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนด จึงถือว่าจำเลยสละสิทธิในการประมูลดังกล่าวและโจทก์มีสิทธิริบเงินมัดจำซองกับมีสิทธิให้นายชัยยงค์ ผู้ให้ราคาประมูลสูงเป็นอันดับที่สองเป็นผู้ชนะการประมูลทรัพย์สินของโจทก์ต่อไปและโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชดใช้เงินส่วนต่างที่โจทก์ควรจะได้รับจากจำเลยอีกด้วย เพราะการที่โจทก์ประกาศข้อกำหนดการประมูลราคาทรัพย์สินโดยไม่ได้ประกาศอีกครั้งหนึ่งนั้นเป็นข้อสัญญาเฉพาะรายที่กำหนดขึ้นไว้เพื่อประโยชน์แก่การประมูลขายทรัพย์สินเท่านั้น ข้อกำหนดดังกล่าวหาขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 ไม่ และไม่ขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามที่จำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระราคาเงินส่วนต่างที่โจทก์ได้รับน้อยกว่าที่จำเลยประมูลราคาทรัพย์สินไว้ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2556
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) โจทก์
บริษัทท็อปไฟว์ เครน จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) · จำเลย - บริษัทท็อปไฟว์ เครน จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม วีรวงศ์ · อร่าม แย้มสอาด · กษิดิ์เดช จีนสลุต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายธนวัฒน์ ตันฉ้อง · ศาลอุทธรณ์ - นายพรชัย พุ่มกำพล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.2050/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา