⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3492/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3492/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจรวมทรัพย์สินหลายสิ่งขายทอดตลาดรวมกันได้ หากคาดว่าเงินรายได้จะเพิ่มขึ้น และหากผู้ถูกบังคับคดีเห็นว่าควรแยกขาย ให้ร้องคัดค้านก่อนการขายทอดตลาดจะเสร็จสิ้น. หากผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดรายเดิมไม่วางเงินตามเงื่อนไข การขายทอดตลาดใหม่ที่ได้ราคาต่ำกว่าเดิม ผู้ซื้อรายเดิมยังคงต้องรับผิดในส่วนที่ขาดไป. ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดสามารถขอหักหนี้ตามคำพิพากษาที่มีต่อเจ้าหนี้ผู้ซื้อทรัพย์ได้ และการชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขยายให้ ถือว่าเป็นการชำระตามเงื่อนไข.

ย่อคำพิพากษา

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 บัญญัติเป็นหลักบังคับไว้ว่า ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่มีหลายสิ่งด้วยกัน ให้แยกขายทีละสิ่งต่อเนื่องกันไป แต่ก็ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะจัดขายอสังหาริมทรัพย์สองสิ่งหรือกว่านั้นขึ้นไป รวมขายไปด้วยกันได้ ในเมื่อเป็นที่คาดหมายได้ว่าเงินรายได้ในการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยสองแปลงรวมไปด้วยกัน หากจำเลยเห็นว่าควรแยกขายทีละแปลง จำเลยก็ชอบที่จะร้องคัดค้านไว้ตามมาตรา 309 วรรคท้าย จำเลยจะยกความข้อนี้เป็นเหตุคัดค้านเมื่อการขายทอดตลาดสำเร็จบริบูรณ์แล้วหาได้ไม่ การขายทอดตลาดครั้งก่อนผู้สู้ราคาสูงสุดไม่วางเงินค่าซื้อตามเงื่อนไข การขายทอดตลาด จึงประกาศขายใหม่ การขายทอดตลาดครั้งหลังแม้จะได้ราคาต่ำกว่าการขายครั้งก่อนก็ตาม ศาลก็อนุญาตให้ขายแก่ผู้สู้ราคาสูงสุดในครั้งหลังได้ และถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับความเสียหาย เพราะราคาส่วนที่ต่ำหรือขาดไปนี้ผู้สู้ราคาสูงสุดในการขายครั้งก่อนยังต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 เงื่อนไขในการขายทอดตลาดกำหนดไว้ว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดต้องชำระเงินค่าซื้อในวันขายทอดตลาดร้อยละ 25 ของราคา จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาคดีนี้ 118,700 บาท โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินที่ขายทอดตลาดได้ในราคา 240,000 บาท โจทก์ขอหักหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาดังกล่าว ได้ชำระค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาดร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่ขายเป็นเงิน 12,050 บาทส่วนเงินที่เหลือจำนวน 110,250 บาท โจทก์ได้ชำระภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันขายทอดตลาดซึ่งอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะขยายกำหนดเวลาให้ได้ ทั้งเป็นไปตามเงื่อนไขการประกาศขายทอดตลาด ดังนี้ การซื้อทรัพย์ของโจทก์จึงเป็นไปโดยชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.309 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.515 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.516

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ขายแก่โจทก์ผู้ประมูลราคาสูงสุด จำเลยอุทธรณ์ขอให้ขายทอดตลาดใหม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินที่ยึดทั้งสองแปลงไม่ติดต่อกันเจ้าพนักงานบังคับคดีควรแยกขายทีละแปลง แต่กลับรวมขายไปด้วยกันทั้งสองแปลงทำให้จำเลยเสียหายเกินควร เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๙ บัญญัติเป็นหลักข้อบังคับไว้ว่า ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่มีหลายสิ่งด้วยกัน ให้แยกขายทีละสิ่งต่อเนื่องกันไป แต่ก็ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะจัดขายอสังหาริมทรัพย์สองสิ่งหรือกว่านั้นขึ้นไป รวมขายไปด้วยกันได้ ในเมื่อเป็นที่คาดหมายได้ว่า เงินรายได้ในการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น ปรากฏว่าการขายทอดตลาดในสองครั้งก่อน เจ้าพนักงานบังคับคดีได้บันทึกให้รวมขายไปด้วยกันทั้งสองแปลง ซึ่งจำเลยก็มิได้คัดค้านประการใด มาครั้งนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ปฏิบัติทำนองเดียวกัน หากจำเลยเห็นว่าควรจะแยกขายทีละแปลง ก็ชอบที่จะร้องคัดค้านไว้ ตามนัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๙ วรรคท้าย จำเลยจะยกเอาความข้อนี้เป็นเหตุคัดค้านเมื่อการขายทอดตลาดสำเร็จบริบูรณ์แล้วหาได้ไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้ร่วมประมูลสู้ราคาเป็นพรรคพวกของโจทก์ทำการสมยอมกัน ทำให้ขายได้ราคาต่ำกว่าครั้งก่อน ควรสั่งงดและเลื่อนการขายไปอีกนั้น เห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดหลักทรัพย์ของจำเลยไปโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน โดยมีผู้มาสู้ราคาถึง ๕ คน แม้หากนางเรณู จะมีความเกี่ยวพันเป็นญาติกับโจทก์ก็ไม่ทำให้การขายทอดตลาดเสียไป เพราะบุคคลอื่นได้ประมูลสู้ราคาแข่งขันกับโจทก์จนได้ราคาสูงพอสมควร ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่ขายให้แก่นายสีผู้ให้ราคาสูงสุด ๒๔๑,๒๐๐ บาท ในการขายทอดตลาดครั้งที่ ๓ และครั้งนี้ถึงราคาจะต่ำกว่าการขายทอดตลาดครั้งที่ ๔ เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท ราคาส่วนที่ต่ำหรือที่ขาดไปนี้ ผู้สู้ราคาคนก่อนยังต้องรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๑๖ จำเลยไม่เสียหาย ไม่มีเหตุที่จะสั่งเพิกถอน จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ชำระเงินค่าซื้อที่ดินในวันขายทอดตลาดร้อยละ ๒๕ ของราคาที่ดินที่ซื้อ ตามเงื่อนไขการประกาศขายทอดตลาด การซื้อทรัพย์ของโจทก์ตกเป็นโมฆะ ต้องทำการขายทอดตลาดใหม่นั้น ปรากฏว่า โจทก์ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดโดยให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน ๒๔๑,๐๐๐ บาทจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาคดีนี้รวมเป็นเงิน ๑๑๘,๗๐๐ บาท โจทก์ขอหักหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาดังกล่าวและได้ชำระค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาดอัตราร้อยละ ๕ ของจำนวนเงินที่ขายหรือจำหน่ายได้ เป็นเงิน ๑๒,๐๕๐ บาท ส่วนที่เหลือจำนวน ๑๑๐,๒๕๐ บาท โจทก์ได้ชำระภายในกำหนดระยะเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันขายทอดตลาดซึ่งอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะขยายกำหนดเวลาให้ได้ ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขการประกาศขายทอดตลาดการซื้อทรัพย์ของโจทก์เป็นไปโดยชอบ ไม่มีเหตุที่จะให้ขายทอดตลาดใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3492/2526 นายหลั่น สืบค้า โจทก์ นายพุฒ แซ่อึ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหลั่น สืบค้า · จำเลย - นายพุฒ แซ่อึ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · โกวิท สุนทรขจิต · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุเมธ อุปนิสากร · ศาลอุทธรณ์ - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5434/2543ฎีกา 594/2534ฎีกา 2210/2537ฎีกา 7439/2540ฎีกา 1041/2518ฎีกา 5378/2544ฎีกา 2444/2518ฎีกา 6681/2541ฎีกา 2782/2529ฎีกา 353/2536ฎีกา 5388/2534ฎีกา 4208/2541ฎีกา 8755/2556ฎีกา 6734/2559ฎีกา 2195/2535ฎีกา 2994/2535ฎีกา 3350/2541ฎีกา 3188/2531ฎีกา 4769/2533ฎีกา 3275/2524ฎีกา 2690/2537ฎีกา 4297/2536ฎีกา 1345/2501ฎีกา 940/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา