⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8780/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8780/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำละเมิดที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่กาย จิตใจ และชื่อเสียงของผู้เสียหาย จำเลยต้องร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความร้ายแรงแห่งละเมิด และศาลมีอำนาจวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวเพื่อผลแห่งคดีอาญาได้ แม้คู่ความมิได้อุทธรณ์ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธปืนและมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ย่อมเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย จิตใจ และเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของตน จำเลยทั้งสองเป็นผู้ทำละเมิด จึงต้องร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งศาลชั้นต้นได้กำหนดค่าสินไหมทดแทนจำนวนที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว จึงเห็นสมควรให้บังคับไปตามนั้น ปัญหาดังกล่าวแม้ผู้เสียหายมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อให้เป็นไปตามผลแห่งคดีอาญาได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 276, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ระหว่างพิจารณา นางสาวนกยูงทอง ผู้เสียหาย โดยนางละออง มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อผู้เสียหายจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธคดีส่วนอาญา และให้การคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืนอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำคุกคนละ 20 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 20 ปี 12 เดือน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 150,000 บาท แก่ผู้ร้อง พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2549 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ (ที่ถูก พิพากษาแก้) ให้ยกฟ้องโจทก์และยกคำร้องของผู้ร้องเสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าผู้เสียหายเป็นบุตรของนายวันนี และนางละออง ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 18 ปีเศษ ตามสำเนาทะเบียนบ้าน ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่กับนายแป และนางคำเบ็ง ซึ่งเป็นตาและยาย ส่วนบ้านของบิดามารดาอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 เส้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา หญิงซึ่งไม่ใช่ภริยา โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธปืนและมีลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และโดยไม่มีเหตุสมควรตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองที่อ้างฐานที่อยู่นั้นไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืนและมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ตามข้อมูลทะเบียนอาวุธปืน การที่จำเลยทั้งสองถืออาวุธปืนแก๊ปไปในบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นหมู่บ้าน จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร แต่เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจไม่สามารถยึดอาวุธปืนมาเป็นของกลาง จึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองว่าอาวุธปืนที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีและพาไปในที่เกิดเหตุเป็นอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2550 มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 276 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จึงให้ใช้กฎหมายเดิมซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 สำหรับคดีในส่วนแพ่ง การที่จำเลยทั้งสองได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืนและมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ย่อมเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ และเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของตน จำเลยทั้งสองเป็นผู้ทำละเมิดจึงต้องร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งศาลชั้นต้นได้กำหนดค่าสินไหมทดแทนในส่วนนี้เป็นเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้เสียหาย นับว่าเป็นค่าสินไหมทดแทนจำนวนที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้วจึงเห็นสมควรให้บังคับไปตามนั้น ปัญหาดังกล่าวแม้ผู้เสียหายมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อให้เป็นไปตามผลแห่งคดีอาญาได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8780/2556 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นางสาวนกยูงทอง ชิดประทุม โดยนางละออง ชิดประทุม มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง นายกรุง กองโฮม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · ผู้ร้อง - นางสาวนกยูงทอง ชิดประทุม โดยนางละออง ชิดประทุมมารดาผู้แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นายกรุง กองโฮม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พิศล พิรุณ · เสรี เพศประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายไกรสร อ่อนคำ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเธียรดนัย ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.130/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1145/2512ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา