⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12389/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12389/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิด ก็สามารถลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว และจำเลยมิได้หลงต่อสู้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 มิได้มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ จึงไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับดังที่โจทก์ฟ้อง แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 แบ่งขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ 1 ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งย่อมมีความหมายเช่นเดียวกัน ทั้งมิใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญและจำเลยที่ 2 มิได้หลงต่อสู้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์และกระเป๋าคาดเอวของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 3 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ และกระเป๋าคาดเอวของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 08 6548 7326 กระเป๋าคาดเอวและธนบัตรล่อซื้อของกลางให้แก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจโทวันชัยร่วมกับพวกวางแผนจับกุมจำเลยที่ 1 ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยให้สายลับติดต่อล่อซื้อและนำธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน 600 บาท ไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบให้แก่สายลับ 2 เม็ด พันตำรวจโทวันชัยกับพวกจึงเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 รับว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากจำเลยที่ 2 แล้วพาไปที่บ้านของจำเลยที่ 2 ตรวจค้นพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ 600 บาท อยู่ในกระเป๋าคาดเอวของจำเลยที่ 2 ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมและคำให้การในชั้นสอบสวน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทวันชัยและจ่าสิบตำรวจวัลลัย เป็นพยานเบิกความถึงข้อเท็จจริงตามที่รับฟังได้ในเบื้องต้น ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับว่า แบ่งขายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด ให้แก่จำเลยที่ 1 ในราคา 400 บาท และรับชำระหนี้ไถ่ถอนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 อีก 200 บาท ต่อมาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจค้นพบธนบัตร 600 บาท อยู่ในกระเป๋าคาดเอว เห็นว่า ตามบันทึกการจับกุมและคำให้การในชั้นสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงตรงกับที่จำเลยที่ 2 นำสืบ อันเป็นการสอดคล้องต้องกันว่าจำเลยที่ 2 มิได้มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ จึงไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับดังที่โจทก์ฟ้อง แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 แบ่งขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายอยู่ก่อนแล้ว แม้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งย่อมมีความหมายเช่นเดียวกัน ทั้งมิใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงต่อสู้ เช่นนี้ คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12389/2557 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นางสาววันเพ็ญหรือกุ้ง ทวีผล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - นางสาววันเพ็ญหรือกุ้ง ทวีผล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมเกียรติ เจริญสวรรค์ · พิศล พิรุณ · เสรี เพศประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นางวิรา ณ พิกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมควร ศิริยุทธ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2432/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 5632/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา