⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13577/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13577/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงาน แม้คู่สัญญากำหนดให้ฟ้องต่อศาลในต่างประเทศก็ตาม. มูลคดีเกิด ณ สถานที่อันเป็นต้นเหตุแห่งการโต้แย้งสิทธิ หรือสถานที่ที่สำคัญในการจ้าง.

ย่อคำพิพากษา

แม้ตามสัญญาจ้างตกลงเรื่องการใช้สิทธิทางศาลว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้นจะต้องฟ้องต่อศาลในประเทศกาตาร์ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกเลิกจ้างโดยไม่ชอบ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 (1) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ที่สำนักงานของจำเลย แม้จะให้โจทก์ไปทำงานบนเครื่องบินของจำเลยซึ่งมีเส้นทางการบินทั้งในและต่างประเทศ ก็ย่อมถือได้ว่าสำนักงานของจำเลยอันเป็นสถานที่สำคัญจ้างซึ่งเป็นต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อสำนักงานของจำเลยตั้งอยู่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 หาจำต้องนำคดีไปฟ้องยังศาลแห่งประเทศกาตาร์แต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 3 เดือน เป็นเงินจำนวน 210,913.56 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 1 เดือน เป็นเงินบาทจำนวน 70,304.52 บาท และจำเลยได้หักเงินประกันจากเงินเดือนของโจทก์ตามข้อผูกพันสัญญาการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินประกันค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จำเลยจึงต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 57,358 บาท ต้องคืนเงินที่หักประกันที่หักเป็นเงินบาทจำนวน 14,460 บาท โจทก์ขอคิดรักษาพยาบาลเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลิกจ้างจำนวน 500,000 บาท และโจทก์ยังคงมีทรัพย์สินหลายรายการตกค้างอยู่ที่ประเทศกาตาร์ เช่น กระเป๋าเดินทาง เครื่องประดับส่วนตัว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีราคารวม 50,000 บาท จึงขอให้จำเลยส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวคืนโจทก์หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน โจทก์ขอคิดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นเวลา 5 ปี เป็นเงินบาท จำนวน 4,218,271.20 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งสิ้น 5,121,307.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และทางพิจารณาของศาลแรงงานกลางฟังได้ว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่สำนักงานของจำเลยซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 36/26 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2552 จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามสัญญาจ้างตกลงเรื่องการใช้สิทธิทางศาลในข้อ 16 ว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้นจะต้องฟ้องต่อศาลในประเทศกาตาร์ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกเลิกจ้างโดยไม่ชอบ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8 (1) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ที่สำนักงานของจำเลย แม้จะให้โจทก์ไปทำงานบนเครื่องบินของจำเลยซึ่งมีเส้นทางการบินทั้งในและต่างประเทศ ก็ย่อมถือได้ว่าสำนักงานของจำเลยอันเป็นสถานที่ทำสัญญาจ้างซึ่งเป็นต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหนึ่งด้วย เมื่อสำนักงานของจำเลยตั้งอยู่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 หาจำต้องนำคดีไปฟ้องยังศาลแห่งประเทศกาตาร์แต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางแล้วพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนประเด็นข้อพิพาทอื่นศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยมาให้ครบถ้วน จึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในประเด็นที่ยังมิได้วินิจฉัยแล้วพิพากษาไปตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13577/2557 นางสาวณัฐนันท์ ทองใย โจทก์ กาตาร์แอร์เวย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวณัฐนันท์ ทองใย · จำเลย - กาตาร์แอร์เวย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บูรณ์ ฐาปนดุลย์ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชาติชาย กิติสารศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.483/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1941/2536ฎีกา 3555/2528ฎีกา 127/2531ฎีกา 2364/2524ฎีกา 336/2525ฎีกา 2093/2532ฎีกา 297/2551ฎีกา 843/2527ฎีกา 1371/2536ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 783/2550ฎีกา 1332/2543ฎีกา 3173/2536ฎีกา 158/2536ฎีกา 383/2530ฎีกา 3823/2531ฎีกา 1338/2531ฎีกา 3390/2529ฎีกา 1958/2548ฎีกา 1704/2531ฎีกา 3383/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา