⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7724/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7724/2557

ป.พ.พ. ม.150 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการแข่งขันกับนายจ้างเดิมภายในระยะเวลาที่กำหนดและจำกัดประเภทธุรกิจไว้อย่างชัดเจน ไม่เป็นการปิดทางทำมาหาได้โดยเด็ดขาด จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและไม่เป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่กำหนดว่า ภายในระยะเวลา 3 ปีนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของโจทก์ จำเลยที่ 1 จะไม่ไปประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับธุรกิจของโจทก์ หรือมีส่วนร่วมส่งเสริมหรือสนับสนุนบุคคลอื่นในการประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับธุรกิจของโจทก์ เป็นเพียงข้อจำกัดห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการแข่งขันกับโจทก์โดยระบุจำกัดประเภทธุรกิจไว้อย่างชัดเจน ไม่ได้ห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการปิดทางทำมาหาได้ของจำเลยที่ 1 อย่างเด็ดขาด โดยยังสามารถประกอบอาชีพหรือทำงานในด้านอื่นที่อยู่นอกเหนือข้อตกลงได้ ทั้งข้อห้ามดังกล่าวก็มีผลเพียง 3 ปีเท่านั้น จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่รักษาสิทธิและประโยชน์ของคู่กรณีที่เป็นไปโดยชอบในเชิงการประกอบธุรกิจ ไม่เป็นการปิดทางทำมาหาได้ของฝ่ายใดโดยเด็ดขาดจนไม่อาจดำรงอยู่ได้ จึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ และเป็นธรรมแก่คู่กรณีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.5

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 38,040 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะออกจากงาน จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อแรกของโจทก์ว่า บริษัทเบเยอร์ จำกัด นายจ้างใหม่ของจำเลยที่ 1 หลังจากจำเลยที่ 1 ลาออกจากโจทก์ เป็นบริษัทที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการขายสินค้าชนิดและประเภทเดียวกันกับสินค้าของโจทก์ อันมีลักษณะเป็นคู่แข่งทางการค้ากับโจทก์หรือไม่ ปัญหานี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสีทาอาคารในประเทศไทยและต่างประเทศ ส่วนบริษัทเบเยอร์ จำกัด ก็ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายสีทาอาคารภายในประเทศไทยเช่นเดียวกัน จึงเห็นว่าโจทก์กับบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจขายสินค้าที่เป็นชนิดและประเภทเดียวกันในประเทศไทยที่มีลักษณะเป็นคู่แข่งทางการค้าต่อกัน กรณีต้องด้วยสัญญาจ้างงานที่ว่าจำเลยที่ 1 ต้องไม่มีส่วนร่วมส่งเสริมหรือสนับสนุนบุคคลอื่นในการประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับธุรกิจของโจทก์ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของโจทก์ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อสองของโจทก์ว่า สัญญาจ้างงานมีผลใช้บังคับหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า สัญญาจ้างงาน ข้อ 8 ดังกล่าวมีข้อความว่า ในกรณีที่จำเลยที่ 1 ได้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของโจทก์ จำเลยที่ 1 จะไม่ไปประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับธุรกิจของโจทก์ หรือมีส่วนร่วมส่งเสริมหรือสนับสนุนบุคคลอื่นในการประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับธุรกิจของโจทก์ภายในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของโจทก์ ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ข้างต้นเป็นเพียงข้อจำกัดห้ามการประกอบอาชีพอันเป็นการแข่งขันกับโจทก์โดยระบุจำกัดประเภทธุรกิจไว้อย่างชัดเจน ไม่ได้ห้ามประกอบอาชีพอันเป็นการปิดทางทำมาหาได้ของจำเลยที่ 1 อย่างเด็ดขาด จำเลยที่ 1 ยังสามารถประกอบอาชีพหรือทำงานในด้านอื่นที่อยู่นอกเหนือข้อตกลงนี้ได้ ทั้งข้อห้ามจำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงก็มีผลเพียง 3 ปี นับแต่จำเลยที่ 1 พ้นจากการเป็นพนักงานของโจทก์เท่านั้น จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่รักษาสิทธิและประโยชน์ของคู่กรณีที่เป็นไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ ไม่เป็นการปิดทางทำมาหาได้ของฝ่ายใดโดยเด็ดขาดจนไม่อาจดำรงอยู่ได้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่เป็นโมฆะ และเป็นธรรมแก่คู่กรณีแล้วมีผลใช้บังคับได้ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจ้างงาน ข้อ 8 ต่อโจทก์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการผิดสัญญาของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เป็นจำนวนเท่าใด แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7724/2557 บริษัททีโอเอเพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นายสุธี เจริญศรีสันต์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัททีโอเอเพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - นายสุธี เจริญศรีสันต์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนันต์ ชุมวิสูตร · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · สุนทร ทรงฤกษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.981/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 3803/2565ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 13566/2558ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 4823/2548ฎีกา 6096/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 6163/2537ฎีกา 2257/2543ฎีกา 8739/2551ฎีกา 5553/2537ฎีกา 5162/2553ฎีกา 4541/2550ฎีกา 958/2552ฎีกา 1645/2538ฎีกา 17923/2557ฎีกา 6066/2539ฎีกา 6/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา