⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8163/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8163/2557

ป.อาญา ม.90, 91, 278 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดสองกรรมต่างกันจะเกิดขึ้นได้ แม้การกระทำจะต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน หากเป็นการกระทำต่างเวลากันและมีเจตนาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แยกต่างหากจากเจตนาเดิมที่สำเร็จไปแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายแล้วออกจากบ้านไป ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จากนั้นจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุโดยมีวัตถุของแข็งอีกครั้งเพื่อประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกเข้าไปเพื่อที่จะทำร้ายผู้เสียหาย อันเป็นเจตนาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แยกต่างหากจากเจตนาบุกรุกบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายในตอนแรกซึ่งสำเร็จไปแล้ว แม้การกระทำของจำเลยจะต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน แต่ก็เป็นการกระทำต่างเวลากัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 278, 364, 365 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 365 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฐานกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านเกิดเหตุแล้วกระทำอนาจารนางสาว ผ. ผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายขัดขืนและขับไล่จำเลยออกจากบ้านที่เกิดเหตุไปแล้ว หลังจากนั้นจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุอีกโดยพาวัตถุของแข็งยาวประมาณ 1 ศอก ไปด้วยเพื่อใช้ประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ จำเลยจึงหลบหนีไป เห็นว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายแล้วจำเลยออกจากบ้านไป ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จไปแล้ว การที่หลังจากนั้นจำเลยโดยมีวัตถุของแข็งบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหาย ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกเข้าไปเพื่อที่จะทำร้ายผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจตนาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แยกต่างหากจากเจตนาที่จำเลยบุกรุกบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายในตอนแรกซึ่งสำเร็จไปแล้ว แม้การกระทำของจำเลยจะต่อเนื่องเชื่อมโยงกันก็ตาม แต่ก็เป็นการกระทำต่างเวลากัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียวดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยให้ลงโทษตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) (3) ประกอบมาตรา 364 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้ว เป็นจำคุก 12 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8163/2557 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายสันติหรือปุย จิ๋วนุช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายสันติหรือปุย จิ๋วนุช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี สุเทพากุล · เกษม เกษมปัญญา · โสฬส สุวรรณเนตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายอธิคม ถนัดกตัญญู · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2008/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3637/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 9026/2553ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา