⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8626/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8626/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันในประเด็นใดประเด็นหนึ่งของคดี และศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องในประเด็นนั้นแล้ว ศาลต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นที่เหลือและมีคำพิพากษาตามข้อตกลงประนีประนอมยอมความนั้นด้วย. การที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องแย้งโดยไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องเองได้.

ย่อคำพิพากษา

ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาระบุว่า คู่ความแถลงร่วมกันว่าคดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นทั้งสองดังกล่าว คงเหลือประเด็นสินสมรสและค่าอุปการะเลี้ยงดู จำเลยไม่ค้าน และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ถอนฟ้อง ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันในประเด็นหย่าและอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ ส่วนประเด็นข้อพิพาทที่เหลือให้ศาลวินิจฉัยตามรูปคดี กรณีมิใช่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 และ 176 ซึ่งศาลต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามมาตรา 132 เมื่อศาลดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นที่เหลือแล้วจึงต้องมีคำพิพากษาตามข้อตกลงดังกล่าวด้วย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องแย้งโดยไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับฟ้องแย้งเป็นการไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 161 และ 167 วรรคหนึ่ง เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.167 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิง ญ. บุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว ให้จำเลยนำรถกระบะหมายเลขทะเบียน สฏ 5912 กรุงเทพมหานคร ออกขายแบ่งเงินให้โจทก์กึ่งหนึ่ง หากไม่สามารถกระทำได้ให้จำเลยชำระเงิน 300,000 บาท แก่โจทก์แทน และให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิง ญ. บุตรผู้เยาว์ในอัตราเดือนละ 4,000 บาท เป็นระยะเวลา 60 เดือน โดยโจทก์ขอคิดเพียง 200,000 บาท จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้มีคำพิพากษาให้นำทรัพย์สินและหนี้สินที่ได้มาในระหว่างสมรสแบ่งให้โจทก์กับจำเลยคนกึ่งหนึ่ง โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณาคู่ความแถลงร่วมกันว่า คดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์กับจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกันและให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิง ญ.บุตรผู้เยาว์แต่ผู้เดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นเรื่องฟ้องหย่าและขอใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว คงเหลือประเด็นข้อพิพาทเฉพาะเรื่องสินสมรสและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 25,000 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิง ญ บุตรผู้เยาว์ ในอัตราเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มีนาคม 2555) เป็นต้นไปจนกว่าบุตรผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ คำขอนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรสและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 26 กันยายน 2555 ระบุว่า คู่ความแถลงร่วมกันว่าคดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิง ญ. บุตรผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นทั้งสองดังกล่าว คงเหลือประเด็นสินสมรสและค่าอุปการะเลี้ยงดู จำเลยไม่ค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ถอนฟ้องในประเด็นดังกล่าวได้ หลังจากนั้นมีการดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษา เช่นนี้ จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่า การขอถอนคำฟ้องในประเด็นข้อพิพาทบางข้อกระทำได้หรือไม่ เห็นว่า การขอถอนคำฟ้องโจทก์ต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น เมื่อศาลอนุญาตย่อมมีผลให้คู่ความกลับคืนเข้าสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นฟ้องเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 และ 176 และศาลต้องมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามมาตรา 132 เมื่อพิจารณาข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวแล้ว ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันได้โดยทั้งสองฝ่ายยอมจดทะเบียนหย่าขาดจากกันและให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิง ญ. เพียงฝ่ายเดียว ส่วนประเด็นข้อพิพาทที่เหลือให้ศาลวินิจฉัยไปตามรูปคดี ซึ่งศาลต้องมีคำพิพากษาตามข้อตกลงดังกล่าวด้วย การที่ศาลล่างทั้งสองมิได้มีคำพิพากษาถึงข้อตกลงดังกล่าวไว้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำพิพากษาแก้ไขในส่วนนี้ มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อต่อไปว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้แบ่งทรัพย์สินและหนี้สินให้โจทก์รับผิดด้วยกึ่งหนึ่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยบรรยายฟ้องแย้งแต่เพียงว่ามีทรัพย์สินเป็นบ้านและที่ดินที่จังหวัดพิจิตรและกรุงเทพมหานคร กับหนี้สินในระหว่างเป็นสามีภริยากันหลายรายการซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามิได้มีรายละเอียดว่าเป็นทรัพย์สินหรือหนี้สินอะไรบ้าง จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องแย้ง ให้แบ่งสินสมรสและให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรนั้นชอบแล้ว ส่วนฎีกาข้ออื่นไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยยกฟ้องแย้งของจำเลย แต่มิได้มีคำพิพากษายกฟ้องแย้งทั้งศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ไม่ได้มีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับฟ้องแย้งเป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และ 167 วรรคหนึ่ง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องเรื่องหย่าและผู้ใช้อำนาจปกครอง ให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิง ญ. บุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 3,000 บาท ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับฟ้องแย้งทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8626/2557 นางมาลี เมืองมณี โจทก์ นายเอกชัย เมืองมณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมาลี เมืองมณี · จำเลย - นายเอกชัย เมืองมณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมเกียรติ เจริญสวรรค์ · พฤษภา พนมยันตร์ · กิจชัย จิตธารารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นางยิ่งลักษณ์ สุขวิสิฏฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำยช.(พ)234/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 533/2521ฎีกา 2610/2538ฎีกา 10842/2558ฎีกา 1687/2497ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 2002/2511ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา