คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12154/2558
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง จะทำให้โทษจำคุกที่รอการลงโทษนั้นถูกบังคับโทษไปแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกในคดีก่อนมาบวกโทษซ้ำในคดีหลังได้อีก
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2555 บวกเข้ากับโทษในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1959/2555 แล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังแล้วตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก โทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษได้ถูกบังคับโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1959/2555 ของศาลชั้นต้นแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ 484/2555 มาบวกโทษซ้ำในคดีนี้ได้อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 6, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ริบเมทแอมเฟตามีน กล่องลูกอมโบตันและกระเป๋าสะพายของกลาง บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2555 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษจำเลยคดีนี้และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1959/2555 ของศาลชั้นต้น
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง จำคุก 5 ปี และปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 200,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน กล่องลูกอมโบตันและกระเป๋าสะพายของกลาง นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1959/2555 ของศาลชั้นต้น คำขออื่นให้ยก
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า บวกโทษจำคุก 10 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2555 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษจำเลยคดีนี้ด้วย เป็นจำคุก 2 ปี 16 เดือน และปรับ 200,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2555 ของศาลชั้นต้น มาบวกโทษเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โทษจำคุกในคดีอาญาดังกล่าวได้นำไปบวกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1959/2555 ของศาลชั้นต้นแล้วนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 22 มกราคม 2556 ได้ความว่า จำเลยแถลงว่าคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษนั้น ศาลมีคำพิพากษาให้นำโทษคดีดังกล่าวบวกเข้ากับโทษจำคุกคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1959/2555 ของศาลชั้นต้นแล้ว ซึ่งศาลชั้นต้นตรวจสอบแล้วเป็นจริงตามที่จำเลยแถลง ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นได้นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ บวกเข้ากับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1959/2555 ของศาลชั้นต้น แล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก โทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษได้ถูกบังคับโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1959/2555 ของศาลชั้นต้นแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษมาบวกโทษซ้ำในคดีนี้ได้อีกเพราะทำให้จำเลยได้รับโทษเพิ่มขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2555 ของศาลชั้นต้น บวกเข้ากับโทษคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุก 10 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2555 ของศาลชั้นต้น บวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ คงจำคุกจำเลย 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12154/2558
พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว โจทก์
นายสิทธิพันธ์หรือตี๋ หันจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว · จำเลย - นายสิทธิพันธ์หรือตี๋ หันจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · สมยศ เข็มทอง · ปกรณ์ มหรรณพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระแก้ว - นายสมภพ บัวยั่งยืน · ศาลอุทธรณ์ - นางสาวปชาบดี คำปาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.2292/2558 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา