⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12501/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12501/2558

ป.พ.พ. ม.1501 · ป.วิ.แพ่ง ม.57, 199

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ย่อมเพิกถอนคำพิพากษาเดิม แต่คำพิพากษาที่ถูกเพิกถอนนั้นมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น ไม่มีผลต่อบุคคลภายนอกที่อ้างว่าถูกกระทบสิทธิ

ย่อคำพิพากษา

แม้คำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่จะมีผลให้ถือว่าคำพิพากษาเดิมที่พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดกันเป็นอันเพิกถอนไปในตัวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 เบญจ วรรคสาม แต่คำพิพากษาที่ถูกเพิกถอนนั้นก็มีผลผูกพันเฉพาะโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดี หามีผลต่อผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีที่อ้างว่าถูกกระทบสิทธิเนื่องจากเป็นผู้จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ หลังจากศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวแล้วไม่ ผู้ร้องสอดจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1501

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1501 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับจำเลยและขอแบ่งสินสมรสกึ่งหนึ่ง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้แบ่งสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยฝ่ายละกึ่งหนึ่ง ถ้าการแบ่งเช่นนี้ไม่อาจกระทำได้หรือจะทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหายมากให้ขายโดยประมูลราคาระหว่างโจทก์และจำเลยก่อน หากตกลงกันไม่ได้ให้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2555 ต่อมาวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ อ้างว่าจำเลยมิได้เจตนาขาดนัดยื่นคำให้การและไม่ได้เจตนาไม่มาศาลตามกำหนด จำเลยมีทางชนะคดีได้ ในวันนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 ศาลชั้นต้นสอบโจทก์แล้วไม่คัดค้านการขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนคำร้องดังกล่าวและอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งวันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ระหว่างพิจารณาคดีใหม่โจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 วันที่ 19 มีนาคม 2557 ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดและขอแก้ไขคำร้องสอดขอเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้จำเลยพิจาณาคดีใหม่เนื่องจากเป็นคำขอพิจารณาคดีใหม่ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเพิกถอนกระบวนพิจารณาต่อเนื่องทั้งหมดโดยให้ดำเนินการไต่สวนคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีและเรียกทายาทอื่นของโจทก์เข้าแทนที่คู่ความมรณะ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องสอดเมื่อศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่และคำสั่งดังกล่าวถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ผู้ร้องสอดไม่มีสิทธิยื่นคำร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ยกคำร้อง วันที่ 20 มีนาคม 2557 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีสิทธิส่วนบุคคล เมื่อโจทก์ถึงแก่ความตาย ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของผู้ร้องสอดทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดมีสิทธิยื่นคำร้องสอดหรือไม่ เห็นว่า เดิมเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับจำเลยและขอแบ่งสินสมรส ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวเนื่องจากจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน ศาลพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลยได้ แม้ต่อมาจำเลยจะยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาต การที่หลังจากศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ จำเลย หย่าขาดจากกัน ก็มีผลผูกพันเฉพาะโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดี หามีผลต่อผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีไม่และเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฟ้องหย่าและขอแบ่งทรัพย์สินถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาคดีใหม่ การถึงแก่ความตายของคู่สมรสย่อมทำให้การสมรสสิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 และต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดตามมาตรา 1625 ฉะนั้น ผู้ร้องสอดจึงไม่ถูกกระทบสิทธิแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า ผู้ร้องสอดไม่มีสิทธิยื่นคำร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12501/2558 นายกำจัด มนัส โจทก์ นางณัชปภา มณีวรรณ ผู้ร้องสอด นางจุไรรัตน์หรือสนทรรศน์ มนัส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกำจัด มนัส · ผู้ร้องสอด - นางณัชปภา มณีวรรณ · จำเลย - นางจุไรรัตน์หรือสนทรรศน์ มนัส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญไชย ธนาพันธ์สิน · พฤษภา พนมยันตร์ · จรูญ ชีวิตโสภณ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3982/2558ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 1913/2520ฎีกา 3041/2522ฎีกา 8235/2548ฎีกา 943/2513ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 3589/2525ฎีกา 7040/2543ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 247/2501ฎีกา 679/2506ฎีกา 3338-3339/2522ฎีกา 7890/2568ฎีกา 6343/2551ฎีกา 1480/2563ฎีกา 2962/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ