⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1600/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2558

ป.อาญา ม.76, 78, 83 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.15 · ป.วิ.แพ่ง ม.249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตาม ป.อ. มาตรา 297 (8) เท่านั้น โดยยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ด้วย เพื่อให้เป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ปัญหาที่ว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามบทมาตราดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ไม่ได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.76 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.76 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 339, 340 ตรี กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 200 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาสิบเอกทรงศักดิ์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา และค่าใช้จ่ายที่นางสาวเกศรินทร์ ภริยาผู้เสียหาย ต้องเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรีเพื่อดูแลผู้เสียหายเป็นเงิน 10,000 บาท ค่าเสียหายแก่กาย อนามัย เสรีภาพและจิตใจของผู้เสียหายเป็นเงิน 60,000 บาท รวมเป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) ประกอบมาตรา 83 และจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี อีกกระทงหนึ่ง ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 2 อายุตั้งแต่สิบแปดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส จำคุก 4 ปี ฐานชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะจำคุก 9 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้จำเลยที่ 1 กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกรวม 6 ปี 6 เดือน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้เสียหาย กับให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้เงิน 200 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขอและข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 เฉพาะในความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี จำคุก จำเลยที่ 1 มีกำหนด 15 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก จำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และให้ยกคำร้องของผู้ร้องในส่วนของจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 กับพวกอีก 1 คนขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา เมื่อพบผู้เสียหายซึ่งเป็นทหารกำลังขี่รถจักรยาน จำเลยที่ 1 ใช้เท้าถีบรถจักรยานของผู้เสียหายจนล้มลง แล้วจำเลยที่ 1 กับพวกใช้กำลังประทุษร้าย ชกต่อยเตะผู้เสียหายหลายครั้ง จนทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ แล้วจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์เงิน 200 บาท ของผู้เสียหายไป โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานชิงทรัพย์นั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) เท่านั้น โดยยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ด้วย เพื่อให้เป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ปัญหาที่ว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามบทมาตราดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1600/2558 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ สิบเอกทรงศักดิ์ เงินลาด ผู้ร้อง นายสิทธิศักดิ์หรือเอ็ม โพธิ์สุวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ผู้ร้อง - สิบเอกทรงศักดิ์ เงินลาด · จำเลย - นายสิทธิศักดิ์หรือเอ็ม โพธิ์สุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง · สุรพันธุ์ ละอองมณี · ธราธร ศิลปโอสถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายดนุพร คีรีกิจขจร · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเลิศลภ กิตติถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2689/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4180/2548ฎีกา 861/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 6355/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 8444/2538ฎีกา 5806/2534ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา