⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4155/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้อุทธรณ์ ต้องห้ามตามกฎหมาย เว้นแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยอุทธรณ์แต่เพียงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นข้อสำคัญในคดี ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จหรือไม่ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้ววินิจฉัยในทำนองว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้อุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 ความในข้อนี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงยกขึ้นอ้างได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 199/2553 หมายเลขแดงที่ 119/2554 ของศาลแขวงราชบุรี ศาลได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดี ต่อมานายธงชัย บิดาจำเลยยื่นคำร้องว่าตนมิใช่บริวารจำเลยแต่เป็นเจ้าของผู้ทำการก่อสร้างบ้านบนที่ดินของโจทก์ และวันที่ 15 ตุลาคม 2555 เวลากลางวัน จำเลยเบิกความเป็นพยานให้นายธงชัยในคดีดังกล่าวว่า "โจทก์อนุญาตให้บิดาของข้าฯ เข้ามาปลูกบ้านในที่ดินดังกล่าว เหตุที่โจทก์อนุญาตให้บิดาของข้าฯเป็นผู้เข้ามาปลูกบ้านในที่ดินโจทก์ เนื่องจากขณะนั้นข้าฯและนายอนุชาไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้ บิดาข้าฯจึงเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น" ตามคำให้การพยาน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อแรกว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 119/2554 ของศาลแขวงราชบุรี เป็นเท็จหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยอุทธรณ์แต่เพียงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นข้อสำคัญในคดี ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จหรือไม่ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้ววินิจฉัยในทำนองว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้อุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 ความในข้อนี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงยกขึ้นอ้างได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นที่ยุติว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความไว้ในคดีแพ่งดังกล่าวเป็นเท็จ โดยไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์อีก คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อสุดท้ายว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ เห็นว่า ในคดีแพ่งดังกล่าว โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดประกาศขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ นายธงชัยยื่นคำร้องว่า ตนไม่ใช่บริวารจำเลยแต่เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโจทก์ ประเด็นสำคัญแห่งคดีจึงอยู่ที่ว่า นายธงชัยเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ โดยการที่จะวินิจฉัยได้ว่านายธงชัยเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยหรือนายธงชัยเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้น ข้อสำคัญในคดีจึงอยู่ที่ว่า นายธงชัยเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ การที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีแพ่งดังกล่าวว่านายธงชัยเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง จึงเป็นการเบิกความเป็นเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี แม้ศาลจะไม่เชื่อคำเบิกความของจำเลยโดยวินิจฉัยว่า นายธงชัยไม่ใช่เจ้าของสิ่งปลูกสร้างโดยนายธงชัยเป็นเพียงบริวารของจำเลยก็ไม่ทำให้คำเบิกความของจำเลยในส่วนนี้ไม่เป็นข้อสำคัญในคดี ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 1 ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2558 นางสาวพรทิพย์ ท้วมอ้นหรือวรน้อย โจทก์ นางสาววรรณคดี ปัตตะวงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพรทิพย์ ท้วมอ้นหรือวรน้อย · จำเลย - นางสาววรรณคดี ปัตตะวงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กึกก้อง สมเกียรติเจริญ · ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นางอัจฉรา กอบกัยกิจ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสุทิน อุ้ยตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.752/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา