⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1724/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ต้องหาไม่ยกข้อเท็จจริงที่ตนมีคุณสมบัติได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายขึ้นอ้างต่อคณะกรรมการฯ ผู้มีอำนาจพิจารณา คณะกรรมการฯ ย่อมไม่มีหน้าที่ต้องนำกฎหมายดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาให้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์พยายามปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โดยไม่มีการหยิบยกข้อเท็จจริงที่แสดงว่าโจทก์เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและได้พ้นโทษแล้ว เข้าเงื่อนไขหรือองค์ประกอบตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ ขึ้นอ้างเป็นประโยชน์แก่ตนต่อคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 ในระหว่างสอบสวนคุณสมบัติของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่เคยอ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 คณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 จึงไม่ทราบและไม่ได้นำ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ ดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาให้ กรณีจึงหาเป็นความผิดของคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 ไม่ มติของคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ.2539 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนประกาศและคำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งและขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ที่ไม่รับคำร้องคัดค้านของโจทก์ กับขอให้มีคำสั่งให้โจทก์ดำรงตำแหน่งบิหลั่นประจำมัสยิดนาซีรุดดีนต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ 9/2549 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2549 และคำสั่งที่ 10/2549 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 ของจำเลยที่ 1 และให้โจทก์ยังคงดำรงตำแหน่งบิหลั่นประจำมัสยิดนาซีรุดดีน ต่อไป คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีเพียงว่า โจทก์เคยอ้างข้อเท็จจริงที่แสดงว่าโจทก์เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและได้พ้นโทษแล้ว เข้าเงื่อนไขหรือองค์ประกอบที่ได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ.2539 ต่อคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 หรือไม่ และคณะกรรมการฯ จำเลยที่ 1 ไม่นำมาประกอบการพิจารณาหรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาหนังสืออุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์อ้างว่าคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 ไม่มีหลักฐานแสดงว่าโจทก์กระทำผิดเมื่อไร ที่ไหน ข้อหาใด ศาลลงโทษอย่างไร และเคยถูกพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี และตามหนังสือเรื่องขอคัดค้านในข้อกล่าวหาจากพยานบุคคล โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่เคยกระทำความผิด ทั้งสำเนาคำเบิกความของโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 598/2550 ของศาลชั้นต้น ที่โจทก์ฟ้องนายประดิษฐ์ กับพวกเป็นจำเลย โดยโจทก์เบิกความว่าไม่เคยก่อคดีทำร้ายร่างกายนายปาน ฯลฯ นอกจากนี้ในคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าโจทก์ต้องโทษจำคุกจริงหรือไม่ และรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ศาลสอบถามโจทก์ โจทก์รับว่าถูกฟ้องจริงแต่โจทก์ต่อสู้คดีและศาลปล่อยโจทก์ออกมา กรณีเท่ากับว่าโจทก์พยายามปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนนั่นเองโดยไม่มีการหยิบยกข้อเท็จจริงที่แสดงว่าโจทก์เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและได้พ้นโทษแล้วเข้าเงื่อนไขหรือองค์ประกอบตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ ดังกล่าวขึ้นอ้างเป็นประโยชน์แก่ตนต่อคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 ให้เห็นแต่ประการใด คำเบิกความของโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า โจทก์เคยอ้างข้อเท็จจริงที่แสดงว่าโจทก์เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและได้พ้นโทษแล้วเข้าเงื่อนไขหรือองค์ประกอบตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯดังกล่าวขึ้นเป็นประโยชน์แก่ตนเองเสนอต่อคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 ในระหว่างสอบสวนคุณสมบัติของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่เคยอ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 คณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 จึงไม่ทราบและไม่ได้นำพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ ดังกล่าวมาประกอบ การพิจารณาให้ กรณีจึงหาเป็นความผิดของคณะกรรมการฯ จำเลยที่ 1 ไม่ แต่น่าจะเป็นความผิดหรือความบกพร่องของโจทก์ที่ไม่รอบคอบเอง มติของคณะกรรมการฯ ผู้แทนจำเลยที่ 1 จึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1724/2559 นายเฮม เนื่องบุญมา โจทก์ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด พระนครศรีอยุธยา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเฮม เนื่องบุญมา · จำเลย - สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาติชาย กริชชาญชัย · ทวี ประจวบลาภ · ไพจิตร สวัสดิสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายวราเชน ชูพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2468/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา