⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5238/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5238/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะคันที่ชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ และขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่บัญญัติให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ในรถยนต์ต้องรับผิดต่อผู้ถูกกระทำละเมิด จำเลยทั้งสองไม่มีความรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การต่อสู้ หรือยกขึ้นต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 (5) ประกอบมาตรา 246

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 85,056.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 85,056.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป (ฟ้องวันที่ 21 กรกฎาคม 2557) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการรับประกันวินาศภัย ตามสำเนาหนังสือรับรอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ตามหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดพัทลุง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โจทก์รับประกันภัยรถยนต์ประเภทชดใช้โดยสิ้นเชิงในรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน ป้ายแดง แบบตัวถังดับเบิ้ลแคปของนางสาวศิริวรรณ มีอายุประกันภัย 1 ปี เริ่มต้นวันที่ 22 มีนาคม 2556 สิ้นสุดวันที่ 22 มีนาคม 2557 ตามสำเนาตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถกระบะ หมายเลขทะเบียน บน 2039 ตรัง ตามสำเนารายการจดทะเบียน กรมการขนส่งทางบก ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ชอบหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกขึ้นวินิจฉัยมิใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การต่อสู้คดีหรือยกขึ้นต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยจึงไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รถกระบะ หมายเลขทะเบียน บน 2039 ตรัง ซึ่งรถกระบะดังกล่าวกระทำละเมิดชนรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย และขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์แต่อย่างใด เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับผิดในเหตุละเมิด จึงต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 5 ละเมิด หมวด 1 ความรับผิดเพื่อละเมิด ซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติใดที่บัญญัติให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์หรือผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ในรถยนต์ต้องรับผิดต่อผู้ถูกกระทำละเมิด ดังนั้น จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รถกระบะจึงไม่มีความรับผิดต่อโจทก์ และจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วย เมื่อจำเลยทั้งสองไม่มีความรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 เห็นสมควรก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ หรือยกขึ้นต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาประการอื่นของโจทก์ต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5238/2559 บริษัทโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดชอุดมการก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดชอุดมการก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยเจริญ ดุษฎีพร · ธีรพงศ์ จิระภาค · ชูชีพ ปิณฑะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายวิสุทธิ์ บุญโญภาส · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายเจษฎา สรณวิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.433/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา