⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5618/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5618/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่ยังไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน จะไม่สามารถนำมาฟ้องขอให้ล้มละลายได้ เว้นแต่ศาลในคดีแพ่งได้มีคำพิพากษากำหนดจำนวนหนี้ดังกล่าวไว้แล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อ้างว่าได้จ่ายเงินในการซ่อมแซมแก้ไขงานที่จำเลยส่งมอบคิดเป็นเงิน 1,829,089.80 บาท เมื่อตามสัญญาจำเลยตกลงที่จะรับประกันผลงานเป็นเวลา 1 ปี หลังจากส่งมอบ จำเลยจึงต้องผูกพันรับผิดในความชำรุดบกพร่องของงานต่อโจทก์ แต่ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องต่อโจทก์เป็นเงินจำนวนเท่าใดนั้น เป็นเรื่องของการกำหนดความเสียหายและค่าเสียหายที่โจทก์ควรได้รับ กรณีจึงเป็นการกำหนดค่าสินไหมทดแทนจากการผิดสัญญา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 222 ซึ่งบัญญัติให้อำนาจแก่ศาลเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินให้ลูกหนี้ชดใช้ มิใช่ตามจำนวนที่โจทก์คิดคำนวณมาเอง เมื่อโจทก์นำมูลหนี้ค่าว่าจ้างงานล่วงหน้าที่จ่ายให้แก่จำเลยซึ่งก็ยังมีการโต้แย้งกันอยู่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาว่าจ้างรับเหมาช่วงหรือไม่ และมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนจากการผิดสัญญาดังกล่าวมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย โดยที่โจทก์ยังมิได้นำมูลหนี้ไปฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่ง เพื่อให้ศาลในคดีแพ่งมีคำพิพากษากำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชดใช้ให้แก่โจทก์ก่อนแต่อย่างใด จึงเป็นหนี้ที่ยังไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน โจทก์จึงไม่มีอำนาจนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายได้ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 9 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า โจทก์ทำสัญญารับจ้างก่อสร้างโรงงานชื่อว่า "โครงการโรงงานอุตสาหกรรมเอลโม" กับบริษัทไทมาเอดะ คอร์เปอเรชั่น จำกัด โดยเป็นการจ้างเหมารวมค่าก่อสร้าง 36,000,000 บาท ตามใบสั่งซื้อ ต่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยให้รับเหมาช่วงงานออกแบบและก่อสร้างดังกล่าว ตกลงคิดมูลค่างานเป็นเงิน 35,500,000 บาท จำเลยต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 210 วัน หลังจากได้รับชำระเงินงวดแรก โจทก์ตกลงจ่ายเงินให้จำเลยในอัตราร้อยละ 20 ในวันทำสัญญา ส่วนที่เหลือตกลงจ่ายทุกวันที่ 30 ของแต่ละเดือนโดยคิดตามความสำเร็จของงาน จำเลยตกลงรับประกันผลงานเป็นเวลา 1 ปี หลังจากก่อสร้างเสร็จ ตามสัญญาว่าจ้างพร้อมคำแปล ภายหลังทำสัญญา โจทก์และจำเลยตกลงยกเลิกงานระบบและงานไฟฟ้า จำเลยส่งมอบงานให้โจทก์ และได้รับเงินไปจากโจทก์ระหว่างวันที่ 2 เมษายน 2550 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2550 เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 28,595,651.48 บาท ตามรายการเบิกเงิน ใบแจ้งหนี้ / ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และใบวางบิล ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เห็นว่า ในส่วนที่โจทก์อ้างว่าระหว่างเดือนกรกฎาคม 2550 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2550 จำเลยได้ขอให้โจทก์ดำเนินงานบางรายการแทนจำเลย ได้แก่ งานติดตั้งสปีดชัตเตอร์ มูลค่า 620,000 บาท งานติดตั้งโครงเหล็ก หลังคาโรงงาน มูลค่า 589,998 บาท และงานห้องน้ำ งานโลโก้ งานประตูไม้ มูลค่า 194,824 บาท รวมเป็นเงิน 1,404,822 บาท เมื่อพิจารณาโดยเทียบงานดังกล่าวกับรายการเบิกเงินจากการดำเนินงานของจำเลยตามที่โจทก์ได้จ่ายค่าจ้างให้จำเลยพบว่า ในการจ่ายค่าจ้างแต่ละงวดตามสัญญา โจทก์จะจ่ายเงินให้แก่จำเลยตามความสำเร็จของงานเป็นสำคัญ ดังนี้ ย่อมแสดงว่าในแต่ละงวดที่จำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์ เป็นการจ่ายให้ตามงานที่จำเลยทำสำเร็จจริง ข้อเท็จจริงปรากฏตามใบแจ้งหนี้ / ใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงิน การจ่ายเงินให้แก่จำเลยในงวดที่ 9 และงวดที่ 10 เมื่อวันที่ 22 และวันที่ 31 สิงหาคม 2550 มีรายการที่ระบุว่า หักเงินสำหรับเอส.เฟรม และหักงานโครงสร้างหลังคา จำนวน 400,000 บาท และ 403,480 บาท ตามลำดับ ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงตามใบแสดงรายการผู้รับงานสร้างโครงสร้างหลังคาให้โจทก์ คือ บริษัทเอสเฟรม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กรณีจึงน่าเชื่อว่าโจทก์ได้หักเงินค่างานติดตั้งโครงเหล็กหลังคาโรงงานออกจากงานที่จำเลยต้องดำเนินการตามสัญญาและมิได้จ่ายค่าจ้างในส่วนนี้ให้แก่จำเลย ส่วนงานติดตั้งสปีดชัตเตอร์ และงานในส่วนห้องน้ำ งานโลโก้ งานประตูไม้ ได้ความตามที่นายยาสุยูกิ กรรมการของโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า งานอื่นๆ นอกจากนี้ งานห้องน้ำ งานป้าย (โลโก้) ค่าประตู และผนังห้องน้ำสำเร็จรูปเป็นงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากสัญญาว่าจ้าง จึงเชื่อว่างานดังกล่าวมิได้เป็นงานตามสัญญาที่จำเลยต้องดำเนินการ และจำเลยมิได้รับเงินในส่วนนี้จากโจทก์ สำหรับที่โจทก์อ้างว่าได้จ่ายเงินในการซ่อมแซมแก้ไขงานที่จำเลยส่งมอบเป็นเงิน 1,829,089.80 บาท นั้น เมื่อตามสัญญาจำเลยตกลงที่จะรับประกันผลงานเป็นเวลา 1 ปี หลังจากส่งมอบ จำเลยจึงต้องผูกพันรับผิดในความชำรุดบกพร่องของงานต่อโจทก์ แต่ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องต่อโจทก์เป็นเงินจำนวนเท่าใดนั้น เป็นเรื่องของการกำหนดความเสียหายและค่าความเสียหายที่โจทก์ควรได้รับ กรณีจึงเป็นการกำหนดค่าสินไหมทดแทนจากการผิดสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 ซึ่งบัญญัติให้อำนาจแก่ศาลเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินให้ลูกหนี้ชดใช้ มิใช่ตามจำนวนที่โจทก์คิดคำนวณมาเอง เมื่อโจทก์นำมูลหนี้ค่าว่าจ้างงานล่วงหน้าที่จ่ายให้แก่จำเลยซึ่งก็ยังมีการโต้แย้งกันอยู่ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาว่าจ้างรับเหมาช่วงหรือไม่ และมูลหนี้ค่าสินไหมทดแทนจากการผิดสัญญาดังกล่าวมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย โดยที่โจทก์ยังมิได้นำมูลหนี้ไปฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่ง เพื่อให้ศาลในคดีแพ่งมีคำพิพากษากำหนดจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชดใช้ให้แก่โจทก์ก่อนแต่อย่างใด จึงเป็นหนี้ที่ยังไม่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน โจทก์จึงไม่มีอำนาจนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 9 (3) ที่ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5618/2559 บริษัทไทย ไทโย เต็นท์ จำกัด โจทก์ บริษัทอายูมิ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทย ไทโย เต็นท์ จำกัด · จำเลย - บริษัทอายูมิ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีศักดิ์ ทองภักดี · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · สุทธินันท์ เสียมสกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง - นางเวนิสา เจือจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำล.547/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 824/2491ฎีกา 5459/2537ฎีกา 5399/2550ฎีกา 3549/2528ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6288/2548ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2653/2541ฎีกา 3251/2534ฎีกา 6605/2539ฎีกา 1620/2557ฎีกา 464/2567ฎีกา 4339/2534ฎีกา 1058/2535ฎีกา 2385/2523ฎีกา 3010/2543ฎีกา 4192/2536ฎีกา 788/2499ฎีกา 2118/2523ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 7051/2540ฎีกา 4046/2541ฎีกา 5013/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา