⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6605/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6605/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ดำเนินการบังคับคดีไปแล้วบางส่วน แต่หนี้ส่วนที่เหลือยังคงอยู่และเจ้าหนี้มิได้ดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา เจ้าหนี้ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับคดี และไม่อาจนำหนี้ที่พ้นกำหนดเวลาบังคับคดีมาฟ้องให้ลูกหนี้ล้มละลายได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แม้ว่าโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีและยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้บางส่วนแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงขั้นตอนของการดำเนินการบังคับคดี เมื่อทรัพย์ดังกล่าวไม่พอชำระหนี้และหนี้ที่เหลืออยู่โจทก์ก็มิได้ดำเนินการบังคับคดีเสียภายใน 10 ปี นับแต่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 แล้ว จึงไม่อาจนำหนี้ที่พ้นกำหนดเวลาบังคับคดีดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ล้มละลายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ประกอบ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลแพ่งได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองและนายวิวัฒน์ร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีแก่โจทก์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2524 แต่จำเลยทั้งสองและนายวิวัฒน์ไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 และนายวิวัฒน์ออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2530 แต่เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไม่พอชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย เป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธินำหนี้ตามคำพิพากษาที่เหลือมาฟ้องให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายหรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า เมื่อศาลได้พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 และนายวิวัฒน์ชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2524 โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2524 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีและยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 และนายวิวัฒน์ออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2530 ก็เป็นขั้นตอนของการดำเนินการบังคับคดี เมื่อหนี้ที่เหลือที่โจทก์นำมาฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย โจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีเสียภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2524 อันเป็นวันที่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 โจทก์จึงไม่อาจนำหนี้ที่พ้นกำหนดเวลาบังคับคดีดังกล่าวมาฟ้องให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6605/2539 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว. ร่วมสหกิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว. ร่วมสหกิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ คำอ่อน · สมาน เวทวินิจ · สมพงษ์ สนธิเณร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอรรณพ จุฬาพิมพ์พันธุ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 1058/2535ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 39/2524ฎีกา 4046/2541ฎีกา 161/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา