คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5847/2559
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่ครบวาระแล้ว ยังคงมีอำนาจดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าจะมีคณะกรรมการชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง.
ย่อคำพิพากษา
นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร สวนแหลมทอง 2 จำเป็นต้องมีคณะกรรมการนิติบุคคลเพื่อดำเนินการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ในกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ตามข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ข้อ 8 ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ดังนั้น แม้คณะกรรมการนิติบุคคลชุดที่ 3 ซึ่งมีจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นกรรมการอยู่ด้วยจะครบวาระแล้วก็ตาม แต่เมื่อยังไม่มีคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาบริหารดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ และดำเนินกิจการเกี่ยวกับบุคคลภายนอก คณะกรรมการชุดนี้จึงยังคงมีอำนาจดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะหากถือว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจบริหารกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ย่อมทำให้เกิดปัญหาขัดข้องในการดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ได้
ส่วนการที่คณะกรรมการชุดนี้ไม่จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่นั้น โจทก์ทั้งแปดสามารถรวบรวมสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนให้ได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าเสนอวาระเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ต่อคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ซึ่งคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ จะต้องจัดให้มีการประชุมภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่โจทก์ทั้งแปดจะกระทำได้
โจทก์ทั้งแปดเป็นเพียงสมาชิกของหมู่บ้านจัดสรร สวนแหลมทอง 2 ไม่มีอำนาจบริหารกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ไม่มีอำนาจใดที่จะบังคับให้จำเลยทั้งสี่ดำเนินการตามคำขอของโจทก์ทั้งแปดได้ การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยังคงปฏิบัติหน้าที่กรรมการในคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ไม่ได้เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งแปดแต่อย่างใด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสิบสี่ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่หยุดบริหารจัดการ ดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางอันเป็นสาธารณูปโภคบริการสาธารณะ บัญชีการเงิน ความสงบเรียบร้อยของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหมู่บ้านสวนแหลมทอง 2 เพื่อประโยชน์หรือในการใช้ประโยชน์ของสมาชิกทุกคนในหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินค่าสาธารณูปโภค ค่าสมาชิกหมู่บ้าน ค่าส่วนกลาง รวมตลอดถึงค่าเช่าสนามเทนนิส ให้จำเลยทั้งสี่ส่งมอบสมุดบัญชีของธนาคารที่เปิดไว้ และเงินสดค่าสมาชิกหรือเงินส่วนกลาง พร้อมแสดงรายรับรายจ่ายของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ให้แก่โจทก์ทั้งสิบสี่ ในระหว่างที่จำเลยทั้งสี่เป็นกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ และระหว่างวันที่ 13 มีนาคม 2555 ถึงปัจจุบัน และให้จำเลยทั้งสี่ส่งมอบอาคารสำนักงานหรือสโมสรของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ สนามเทนนิส สาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ และให้ปลดป้ายประกาศต่างๆ ในที่สาธารณะ กับให้ส่งมอบงบดุลของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ในระหว่างที่จำเลยทั้งสี่บริหารจัดการตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2555 ให้แก่โจทก์ทั้งสิบสี่
จำเลยทั้งสี่ให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องของโจทก์ทั้งสิบสี่ และบังคับให้โจทก์ทั้งสิบสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยทั้งสี่เป็นเงิน 14,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสี่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ แต่ไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่เพราะฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 8 ที่ 10 และที่ 12 ถึงที่ 14 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 8 ที่ 10 และที่ 12 ถึงที่ 14 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 8 ที่ 10 และที่ 12 ถึงที่ 14 ว่า โจทก์ทั้งแปดดังกล่าวมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ จำเป็นต้องมีคณะกรรมการนิติบุคคลเพื่อดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ และทำหน้าที่เป็นผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ตามข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ข้อ 8 ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ดังนั้น แม้คณะกรรมการนิติบุคคลชุดที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นกรรมการอยู่ด้วยจะครบวาระแล้วก็ตาม แต่เมื่อยังไม่มีคณะกรรมการชุดใหม่เข้าบริหารดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ และดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก คณะกรรมการชุดนี้จึงยังคงมีอำนาจดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะหากถือว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจบริหารกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ย่อมจะทำให้เกิดปัญหาขัดข้องในการดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ได้ ส่วนการที่คณะกรรมการชุดนี้ไม่จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่นั้น โจทก์ทั้งแปดดังกล่าวก็สามารถดำเนินการให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญได้ตามข้อบังคับ ข้อ 40 (2) กล่าวคือ โจทก์ทั้งแปดดังกล่าวสามารถรวบรวมสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงให้ได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าเสนอวาระเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ต่อคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ซึ่งคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ จะต้องจัดให้มีการประชุมภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสืออันอยู่ในวิสัยที่โจทก์ทั้งแปดดังกล่าวสามารถกระทำได้ แต่ไม่กระทำ ส่วนที่โจทก์ทั้งแปดดังกล่าวขอให้จำเลยทั้งสี่ส่งมอบสมุดบัญชีธนาคาร เงินสด ค่าสมาชิกหรือเงินส่วนกลางรวมทั้งให้ส่งมอบอาคารสำนักงานหรือสโมสรของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ สนามเทนนิสสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ และงบดุลของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ แก่โจทก์ทั้งแปดดังกล่าวนั้น เห็นว่า โจทก์ทั้งแปดดังกล่าวเป็นเพียงสมาชิกของหมู่บ้านจัดสรร สวนแหลมทอง 2 ไม่มีอำนาจบริหารกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯ ไม่มีอำนาจใดที่จะบังคับให้จำเลยทั้งสี่ดำเนินการตามคำขอของโจทก์ทั้งแปดดังกล่าวได้ การที่จำเลยที่ 1ถึงที่ 3 ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรฯไม่ได้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งแปดดังกล่าวแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าโจทก์ทั้งแปดดังกล่าวไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้ออื่นของโจทก์ทั้งแปดดังกล่าวไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5847/2559
นายสุวิทย์ วรวิสุทธิกูล กับพวก โจทก์
นายสมศักดิ์ ไชยยงค์บุตร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุวิทย์ วรวิสุทธิกูล กับพวก · จำเลย - นายสมศักดิ์ ไชยยงค์บุตร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระโขนง - นายปรเมศร บัณฑราภิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.641/2559 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา