คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5037/2565
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สำเนาตราสารที่มิได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ หากกฎหมายมิได้กำหนดให้อากรแสตมป์ต้องปิดบนสำเนาตราสารนั้น และไม่มีอัตราอากรแสตมป์สำหรับสำเนาตราสารดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว..." โจทก์นำสืบสำเนาสัญญากู้ยืมเงินเป็นพยานต่อศาล ซึ่งตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 ไม่ได้ระบุให้ปิดอากรแสตมป์ที่สำเนาเอกสาร และบัญชีอากรแสตมป์ท้ายหมวด 6 แห่ง ป.รัษฎากรไม่มีอัตราอากรแสตมป์สำหรับสำเนาตราสารกู้ยืมเงินเพื่อปิดอากรแสตมป์ ดังนั้น การรับฟังสำเนาสัญญากู้ยืมเงินแทนต้นฉบับสัญญากู้ยืมเงินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 (2) ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ที่สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย จ. · จำเลย - นาง ก. กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีรภัทร ไพบูลย์วัฒนกิจ · สันทัด สุจริต · อรพงษ์ ศิริกานต์นนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งพระโขนง - นางสาวเนาวรัตน์ อัชฌายกชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.175/2565 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา