⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 532/2566

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2566

ยักยอก

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานยักยอก ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องกระทำภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด หากผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ในความผิดฐานยักยอกโดยตรง แต่ร้องทุกข์ในความผิดฐานอื่นที่มีองค์ประกอบแตกต่างกัน การดำเนินคดีในความผิดฐานยักยอกจะขาดอายุความ.

ย่อคำพิพากษา

เช็คตามฟ้องข้อ 2.4, 2.5, 2.7 ถึงข้อ 2.13 โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเกินกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 ส่วนเช็คตามฟ้องข้อ 2.1, 2.2, 2.3 และข้อ 2.14 โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนร่วมกับเช็คตามฟ้องข้อ 2.6 ให้ดำเนินคดีกับจำเลยในข้อหาปลอมเอกสาร โดยไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีข้อหายักยอก ซึ่งความผิดข้อหาปลอมเอกสารและความผิดข้อหายักยอกมีองค์ประกอบความผิดที่แตกต่างกัน อีกทั้งความผิดข้อหายักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ หากผู้เสียหายไม่มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามระเบียบแล้ว พนักงานสอบสวนไม่อาจรับคดีไว้ดำเนินการได้ การที่โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีข้อหาปลอมเอกสาร แสดงว่าโจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีข้อหายักยอก เมื่อโจทก์มาฟ้องจำเลยคดีนี้เกินกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 352 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ที่ถูก มาตรา 352 วรรคหนึ่ง) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวม 5 กระทง จำคุก 15 เดือน ยกฟ้องโจทก์ตามฟ้องข้อ 2.1, 2.2, 2.3, 2.4, 2.5, 2.8, 2.10, 2.11 และข้อ 2.12 โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อ 2.6, 2.7, 2.9, 2.13 และ 2.14 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามฟ้อง ข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.5, ข้อ 2.8 และข้อ 2.10 ถึงข้อ 2.12 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้า มีนายบัณฑิต เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานบัญชีและการเงิน มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเอกสาร การรับจ่ายเงินของโจทก์ รวมทั้งเป็นตัวแทนในการเบิกถอนเงินสดจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ด้วย ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยนำเช็คของโจทก์ตามฟ้องข้อ ข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.14 รวม 14 ฉบับ ซึ่งมีนายบัณฑิตเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายไปเบิกเงินแล้วนำเงินเข้าบัญชีของจำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า คดีที่โจทก์เคยฟ้องจำเลย 2 คดีดังกล่าวมีการเจรจากัน โดยให้โจทก์ตรวจสอบว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ไปจำนวนเท่าใด หากเป็นความจริงจำเลยจะคืนเงินให้ แล้วโจทก์จะถอนฟ้อง ซึ่งจำเลยยักยอกเงินของโจทก์โดยนำเช็คที่โจทก์ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายไว้ไปกรอกจำนวนเงินแล้วเบิกเงินนำเงินเข้าบัญชีของจำเลย หรือนำเช็คเข้าบัญชีของจำเลย การตรวจสอบว่ามีเช็คฉบับใดบ้างจะต้องตรวจสอบจากต้นขั้วเช็ค รายการบัญชีของโจทก์ และรายการบัญชีของจำเลย นายบัณฑิตตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า โจทก์สงสัยว่าจำเลยจะนำเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายไว้ไปเบิกเงินหรือนำเช็คไปเข้าบัญชีของจำเลย วันที่ 26 มกราคม 2559 โจทก์ขอรายการบัญชีของโจทก์ย้อนหลังไปตั้งแต่กลางปี 2556 ถึงเดือนมกราคม 2559 เพื่อตรวจสอบว่าจำเลยนำเช็คของโจทก์ไปเบิกเงินหรือนำเช็คเข้าบัญชีของจำเลยจริงหรือไม่ และได้รับใบแจ้งรายการบัญชีมาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 เมื่อโจทก์ได้รับรายการบัญชีของโจทก์และรายการบัญชีของจำเลยมาแล้ว โจทก์สามารถตรวจสอบจากต้นขั้วเช็คของโจทก์ได้ว่าเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายเลขที่เท่าใดที่จำเลยนำไปเข้าบัญชีของจำเลย หรือนำไปเบิกเงินแล้วนำเงินเข้าบัญชีของจำเลย ซึ่งต้นขั้วเช็คอยู่ที่สำนักงานโจทก์ และการขอสำเนาเช็คของโจทก์จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนพระรามที่ 2 (เคหะธนบุรี) โจทก์ได้ระบุหมายเลขเช็คทุกฉบับ น่าเชื่อว่าโจทก์ทราบหมายเลขเช็คจากต้นขั้วเช็คที่อยู่ที่สำนักงานของโจทก์ ที่โจทก์อ้างว่าหาต้นขั้วเช็คไม่พบ แต่เพิ่งหาพบในภายหลัง หลังจากฟ้องคดีนี้แล้ว เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งเช็คที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ หมายเลขเช็คกับรายการบัญชีของโจทก์และรายการบัญชีของจำเลยตรงกัน เชื่อว่าโจทก์ทราบจำนวนเงินที่จำเลยยักยอกไปไม่เกินวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 การที่โจทก์ไปขอสำเนาเช็คจากธนาคารเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 และธนาคารส่งสำเนาเช็คตามฟ้องข้อ 2.4, 2.5, 2.7 ถึงข้อ 2.13 มาให้เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 เป็นเรื่องการหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนเท่านั้น ไม่ได้ทำให้สิทธิในการร้องทุกข์ของโจทก์ขยายออกไปจนถึงวันที่ธนาคารส่งสำเนาเช็คมาให้โจทก์ในวันที่ 2 มีนาคม 2560 แต่อย่างใด เมื่อโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดไม่เกินวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 แล้ว แต่โจทก์ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 เป็นการล่วงเลยระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ส่วนเช็คตามฟ้องข้อ 2.1, 2.2, 2.3 และข้อ 2.14 โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนร่วมกับเช็คตามฟ้องข้อ 2.6 ให้ดำเนินคดีกับจำเลยในข้อหาปลอมเอกสาร (ตั๋วเงิน) โดยไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีข้อหายักยอก ซึ่งความผิดข้อหาปลอมเอกสารและความผิดข้อหายักยอกมีองค์ประกอบความผิดที่แตกต่างกัน อีกทั้งความผิดข้อหายักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ หากผู้เสียหายไม่มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามระเบียบแล้ว พนักงานสอบสวนไม่อาจรับคดีไว้ดำเนินการได้ การที่โจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีข้อหาปลอมเอกสาร (ตั๋วเงิน) แสดงว่าโจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีข้อหายักยอก เมื่อโจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 จึงเกินกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 เช่นกัน คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่น เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2566 บริษัท ก. โจทก์ นางสาว ฤ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ก. · จำเลย - นางสาว ฤ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา ช่อมณี · เศกสิทธิ์ สุขใจ · ชัยยุทธ กลับอำไพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายสัญญา โสมจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นางวิเวียน พิธานพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2315/2565

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 13043/2557ฎีกา 460/2512ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 2588/2524ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 787/2532ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7100/2538ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา