⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2624/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2567

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งเป็นการกระทำที่แยกต่างหากจากกัน มีเจตนาที่จะใส่ความในแต่ละครั้ง และประสงค์ต่อผลให้ผู้ถูกใส่ความเสียหายในแต่ละครั้ง ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของจำเลยรวม 9 ครั้ง ต่างวันเวลากัน แต่ละครั้งของการโพสต์ข้อความมีการแสดงความคิดเห็นโต้ตอบและแสดงข้อเท็จจริงกับบุคคลอื่นที่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นของแต่ละการโพสต์ข้อความเป็นส่วน ๆ แยกต่างหากจากกันของแต่ละโพสต์ข้อความของจำเลยในลักษณะที่ยืนยันข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันออกไป จำเลยกระทำโดยเจตนาใส่ความมุ่งประสงค์ที่จะทำลายชื่อเสียงของโจทก์หลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายหลายครั้งและมีบุคคลอื่นได้มาอ่านข้อความที่จำเลยโพสต์หลาย ๆ คน โดยมีการโพสต์ข้อความโต้ตอบกับจำเลยในแต่ละโพสต์แยกต่างหากจากกัน แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยที่ต้องการยืนยันข้อเท็จจริงแต่ละอย่างแต่ละครั้งแยกต่างหากจากกัน และประสงค์ต่อผลให้โจทก์เสียชื่อเสียงในแต่ละเรื่องแต่ละครั้งที่จำเลยโพสต์แตกต่างกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน มิใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวและมีเจตนาเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328 ขอให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนลงในหนังสือพิมพ์อย่างน้อย 1 ฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 9 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 9 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ หรือหลายฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว จำคุก 1 ปี และปรับ 60,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้จำเลยฟัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการบริษัทหลายแห่ง ระหว่างวันที่ 11 มีนาคม 2562 ถึงวันที่ 21 เมษายน 2562 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยโพสต์ข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กจากบัญชีผู้ใช้ของจำเลยชื่อว่า P. ซึ่งจำเลยได้ตั้งค่าการโพสต์ข้อความประเภทที่บุคคลใด ๆ ก็ตามที่ใช้แอปพลิเคชันเฟซบุ๊กหรือไม่ใช้แอปพลิเคชันเฟซบุ๊กสามารถเข้าถึงข้อความที่จำเลยโพสต์ได้ตามฟ้องรวม 9 ครั้ง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า การโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทพร้อมแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกับบุคคลที่สามของจำเลยในแต่ละครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่ 1 วันที่ 11 มีนาคม 2562 ถึงครั้งที่ 9 วันที่ 21 เมษายน 2562 เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน จำเลยลงมือกระทำความผิดต่อโจทก์ต่างวันเวลา มีการแสดงความคิดเห็นโต้ตอบกับบุคคลที่สามต่างวันเวลากัน ประกอบกับพฤติการณ์และข้อเท็จจริงในแต่ละโพสต์รวม 9 ครั้ง ยืนยันข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันออกไป บุคคลที่สามเห็นโพสต์และที่จำเลยแสดงความคิดเห็นโต้ตอบมีหลากหลายบุคคล แสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ทำลายชื่อเสียงของโจทก์จำนวนหลาย ๆ ครั้ง เป็นการกระทำอันมีลักษณะหลายเจตนาโดยแต่ละเจตนาก็เป็นความผิดสำเร็จในตัวเองแล้วจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระมิใช่ความผิดกรรมเดียวเพราะเจตนาเดียว เห็นว่า จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของจำเลยรวม 9 ครั้ง ต่างวันเวลากัน แต่ละครั้งของการโพสต์ข้อความก็มีการแสดงความคิดเห็นโต้ตอบและแสดงข้อเท็จจริงกับบุคคลอื่นที่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นของแต่ละการโพสต์ข้อความเป็นส่วน ๆ แยกต่างหากจากกันของแต่ละโพสต์ข้อความของจำเลยในลักษณะที่ยืนยันข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันออกไป จำเลยกระทำโดยเจตนาใส่ความมุ่งประสงค์ที่จะทำลายชื่อเสียงของโจทก์หลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายหลายครั้งและมีบุคคลอื่นได้มาอ่านข้อความที่จำเลยโพสต์หลาย ๆ คน โดยมีการโพสต์ข้อความโต้ตอบกับจำเลยในแต่ละโพสต์แยกต่างหากจากกัน แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยที่ต้องการยืนยันข้อเท็จจริงแต่ละอย่างแต่ละครั้งแยกต่างหากจากกัน และประสงค์ต่อผลให้โจทก์เสียชื่อเสียงในแต่ละเรื่องแต่ละครั้งที่จำเลยโพสต์แตกต่างกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน การที่จำเลยโพสต์ข้อความ รวม 9 ครั้ง จึงเป็นการกระทำ 9 กรรม มิใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวและมีเจตนาเดียว ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำเลยเหมาะสมแล้วหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำมากล่าวใส่ความโจทก์ไม่เป็นความจริง อีกทั้งเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างจำเลยกับโจทก์ที่สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้ด้วยวิธีอื่น โจทก์ไม่เห็นด้วยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รอการลงโทษจำคุกจำเลย เห็นว่า การที่จำเลยโพสต์ข้อความใส่ความโจทก์ในเฟซบุ๊กของจำเลยที่เปิดเป็นสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ เป็นการกระจายข้อความไปสู่สาธารณะหรือประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ทั้งข้อความที่จำเลยโพสต์ก็เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตัวจำเลยกับโจทก์ซึ่งการกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ในทันทีที่จำเลยโพสต์ข้อความไป ความเสียหายของโจทก์ยากที่จะแก้ไขได้คืน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษารอการลงโทษจำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมโทษจำคุกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วางโทษจำคุก 1 ปี นั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงกำหนดโทษใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 9 กระทง จำคุกกระทงละ 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 4 เดือน รวมจำคุก 36 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และไม่ลงโทษปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2624/2567 นาย ส. โจทก์ นาย พ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ส. · จำเลย - นาย พ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนันต์ วงษ์ประภารัตน์ · กมล คำเพ็ญ · พรหมมาศ ภู่แส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4259/2566

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 2972-2973/2529ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 1351/2567ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา