⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2801/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2801/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจสอบถามความประสงค์ของเจ้าหนี้ในการดำเนินการแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน และหากเจ้าหนี้มีประกันสละสิทธิ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่มีหน้าที่ยึดทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด.

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดูทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเท่านั้น มิได้บังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องดำเนินการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันให้แก่เจ้าหนี้มีประกันเสมอไป การตรวจดูทรัพย์สินตามมาตรา 95 นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกระทำด้วยการสอบสวนหรือขอมติที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ได้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านนำเรื่องของผู้ร้องเข้าที่ประชุมเจ้าหนี้จึงมีอำนาจกระทำได้ การเรียกประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นนี้เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านสอบถามความประสงค์ของเจ้าหนี้ในการดำเนินการแก่ที่ดินพิพาท เมื่อที่ประชุมเจ้าหนี้แถลงว่าไม่ประสงค์ดำเนินการแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน และให้เจ้าหนี้ตามมาตรา 95 ไปใช้สิทธิดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามกฎหมายอื่นต่อไป ซึ่งมีผลเป็นการสละสิทธิในที่ดินพิพาทตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 145 (3) ที่ดินพิพาทย่อมมิใช่ทรัพย์สินในกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายของจำเลยที่ 1 ที่ผู้คัดค้านต้องมีหน้าที่รวบรวมนำมาขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นนำเงินมาแบ่งแก่บรรดาเจ้าหนี้ ดังนั้น ผู้คัดค้านจึงไม่มีหน้าที่ยึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.95 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2552 ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2555 จำเลยทั้งสองได้รับการปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9960 ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์พร้อมอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า เดิม นาง ป. กู้ยืมเงินจากธนาคาร ก. โดยพันตำรวจเอก ช. เป็นผู้ค้ำประกันและจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4027 เป็นประกัน และต่อมาได้มีการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวออกเป็นแปลงย่อย โดยที่ดินโฉนดเลขที่ 9960 ของจำเลยที่ 1 เป็นหนึ่งในที่ดินแปลงย่อยที่แบ่งแยกมาและยังคงติดภาระจำนองอยู่ ต่อมาธนาคาร ก. ฟ้องนางสาวหรือนาง ป. กับพันตำรวจเอก ช. และบรรดาเจ้าของที่ดินแปลงย่อยเพื่อบังคับชำระหนี้และบังคับจำนองต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี โดยจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 116 ในคดีดังกล่าวด้วย ก่อนที่ธนาคาร ก. จะโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้นี้ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ ร. และศาลจังหวัดเพชรบุรีได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 364/2549 ให้นางสาวหรือนาง ป. กับพันตำรวจเอก ช. ร่วมกันชำระเงิน 10,436,854.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ ร. หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำนองซึ่งรวมถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 9960 ของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดแล้ว วันที่ 22 ธันวาคม 2552 บริษัทบริหารสินทรัพย์ ร. ได้ยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านเพื่อขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 9960 ก่อนเจ้าหนี้สามัญรายอื่น โดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดเพชรบุรีดังกล่าว ผู้คัดค้านพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ร. ดำเนินการเอากับคดีแพ่งและขอรับชำระหนี้ได้ แจ้งกองแพ่งให้จ่ายเงินให้ตามสิทธิแต่ไม่เกินวงเงินจำนอง หากมีเงินเหลือให้นำส่งเข้ากองทรัพย์สินลูกหนี้ ผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องตลอดจนหลักประกันจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ร. และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2557 ศาลจังหวัดเพชรบุรีมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว วันที่ 7 เมษายน 2559 ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอสวมสิทธิในคำขอรับชำระหนี้ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ ร. และผู้คัดค้านมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิได้ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ บุริมสิทธิ โดยขอให้ผู้คัดค้านยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9960 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านให้ผู้ร้องนำส่งเอกสารเพิ่มเติม ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณา และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติไม่ประสงค์จะดำเนินการกับทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันดังกล่าว โดยให้ผู้ร้องไปใช้สิทธิดำเนินการบังคับคดีกับทรัพย์หลักประกันตามกฎหมายอื่นต่อไป วันที่ 15 มกราคม 2564 ผู้ร้องยื่นคำร้องอีกครั้ง ขอให้ผู้คัดค้านพิจารณาและยึดทรัพย์หลักประกันออกขายทอดตลาด แต่ผู้คัดค้านมีคำสั่งงดการดำเนินการโดยอ้างมติที่ประชุมเจ้าหนี้และคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 801/2561 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้คัดค้านมีหน้าที่ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9960 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 บัญญัติว่า "เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันซึ่งลูกหนี้ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดูทรัพย์สินนั้น" บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดูทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเท่านั้น มิได้บังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องดำเนินการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันให้แก่เจ้าหนี้มีประกันเสมอไป การตรวจดูทรัพย์สินตามมาตรา 95 นั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกระทำด้วยการสอบสวนหรือขอมติที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ได้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านนำเรื่องของผู้ร้องเข้าที่ประชุมเจ้าหนี้จึงมีอำนาจกระทำได้ และการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นนั้นพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 32 กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ การเรียกประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านสอบถามความประสงค์ของเจ้าหนี้ในการดำเนินการแก่ที่ดินพิพาท โดยผู้คัดค้านได้กำหนดหัวข้อประชุมให้เจ้าหนี้แถลงความประสงค์เกี่ยวกับที่ดินพิพาทว่าประสงค์จะให้ผู้คัดค้านดำเนินการบังคับคดีแก่ที่ดินพิพาทซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำขอตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 หรือไม่อย่างไร และระบุเงื่อนไขว่า หากไม่มีเจ้าหนี้มาร่วมประชุมหรือมาร่วมประชุมแต่ไม่สามารถลงมติได้หรืองดออกเสียง จะถือว่าที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่ประสงค์ให้ผู้คัดค้านดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์ดังกล่าว ผู้คัดค้านจะงดดำเนินการแก่ทรัพย์ดังกล่าวและแจ้งให้ผู้ร้องดำเนินการบังคับแก่ทรัพย์หลักประกันตามกฎหมายอื่นต่อไป เมื่อถึงกำหนดวันนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นมีธนาคาร ก. เจ้าหนี้รายที่ 1 บริษัทบริหารสินทรัพย์ ร. เจ้าหนี้รายที่ 2 และผู้ร้องมาร่วมประชุม ที่ประชุมเจ้าหนี้แถลงว่าไม่ประสงค์ดำเนินการแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน และให้เจ้าหนี้ตามมาตรา 95 ไปใช้สิทธิดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันตามกฎหมายอื่นต่อไป ซึ่งมีผลเป็นการสละสิทธิในที่ดินพิพาทตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 145 (3) ที่ดินพิพาทย่อมมิใช่ทรัพย์สินในกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายของจำเลยที่ 1 ที่ผู้คัดค้านต้องมีหน้าที่รวบรวมนำมาขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นนำเงินมาแบ่งแก่บรรดาเจ้าหนี้ ดังนั้น ผู้คัดค้านจึงไม่มีหน้าที่ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9960 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2801/2567 ธนาคาร ก. โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นาย ป. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ก. · ผู้ร้อง - บริษัทบริหารสินทรัพย์ ส. · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - นาย ป. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล · วิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์ · สอนชัย สิราริยกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง · ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำล.9/2566

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3264/2525ฎีกา 1474/2528ฎีกา 2647/2566ฎีกา 7732/2552ฎีกา 4500/2565ฎีกา 3332/2559ฎีกา 1711/2535ฎีกา 1350/2508ฎีกา 5744/2531ฎีกา 2847/2540ฎีกา 3352/2540ฎีกา 6391/2567ฎีกา 2829/2524ฎีกา 6722/2544ฎีกา 2510/2541ฎีกา 2435/2540ฎีกา 3283/2532ฎีกา 6390/2567ฎีกา 2968/2522ฎีกา 7809/2538ฎีกา 2081/2567ฎีกา 3260/2535ฎีกา 6484/2534ฎีกา 2537/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา