⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2802/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ปืนแบลงค์กันที่ไม่มีการดัดแปลงลำกล้องและไม่สามารถใช้ยิงกระสุนปืนจริงได้ ถือเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนตามกฎหมาย ไม่ใช่อาวุธปืนตามนิยามของ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามมาตรา 4 (1) หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ แล้วส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย เป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (1) เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมเสร็จแล้ว ศาลฎีกาย่อมรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ เมื่อปืนแบลงค์กันของกลางไม่มีการดัดแปลงลำกล้อง สภาพภายในลำกล้องมีเหล็กแกนขวางไม่อาจส่งกระสุนออกมาจากลำกล้องได้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับกระสุนปืนจริงได้ เมื่อยิงกับกระสุนปืนแบลงค์กันมีผลเพียงเกิดเสียง เปลวไฟ แรงระเบิด แรงดัน จากการเผาไหม้ดินดอกไม้เพลิงพุ่งออกมาจากปลายลำกล้องเท่านั้น ไม่มีหัวกระสุนปืนออกจากปากลำกล้อง แสดงให้เห็นจุดประสงค์ในการทำหรือประกอบปืนแบลงค์กันขึ้นโดยมิได้ให้เป็นอาวุธปืนที่ใช้ส่งเครื่องกระสุนปืน โดยประสงค์ใช้ยิงให้เกิดเสียงดังและมีเปลวไฟจากการยิงเท่านั้น หากไม่ได้ยิงในระยะประชิดหรือเกินรัศมีแรงระเบิดหรือกำลังดันของดินดอกไม้เพลิง ก็ไม่มีอานุภาพรุนแรงที่สามารถทำอันตรายแก่กาย ชีวิต หรือวัตถุได้ ดังเช่นอาวุธปืนทั่วไป จึงไม่เข้าตามบทนิยามคำว่า "อาวุธปืน" ตามมาตรา 4 (1) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ การมีรูปร่างลักษณะอันน่าจะทำให้คนทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นอาวุธปืนโดยสภาพ จึงเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร และฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 ประมวลกฎหมายอาญา ม.376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.4 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91, 371, 376 ริบอาวุธปืน ซองกระสุนปืน กระสุนปืน และปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน จำคุก 10 วัน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน 5 วัน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนยังไม่เพียงพอแก่การพิจารณาคดีว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามมาตรา 4 (1) หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จึงมีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว โดยให้หมายเรียกนายทะเบียนอาวุธปืนท้องที่ที่เกิดเหตุมาไต่สวน และให้หมายเรียกปืนแบลงก์กันของกลางมาประกอบ การไต่สวนด้วย เสร็จแล้วให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมแล้วนำส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องและคืนของกลางแก่จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการเดียวว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามบทนิยามของคำว่า "อาวุธปืน" ในมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุปืน พ.ศ. 2490 หรือไม่ แม้โจทก์ฟ้องว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนและจำเลยให้การรับสารภาพ ซึ่งศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควรและฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนตามมาตรา 4 (1) หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 แล้วส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อวินิจฉัยข้อกฎหมายต่อไป อันเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (1) และศาลชั้นต้นก็ได้ดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมเสร็จแล้ว ศาลฎีกาย่อมรับฟังพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าวมาประกอบการวินิจฉัยว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนหรือสิ่งเทียมอาวุธปืนตามบทนิยามของกฎหมายหรือไม่ได้ เห็นว่า จากสภาพปืนแบลงค์กันและผลการตรวจสภาพปืนแบลงค์กันของนายทะเบียนอาวุธปืนและผู้เชี่ยวชาญทั้งสองปาก ทำให้ฟังข้อเท็จจริงได้เป็นยุติว่า ปืนแบลงค์กันของกลางไม่มีการดัดแปลงลำกล้อง ยังมีเหล็กแกนที่แข็งแรงปิดกั้นอยู่ภายในลำกล้อง ตามสภาพของปืนแบลงค์กันของกลางดังกล่าวไม่สามารถบรรจุกระสุนปืนจริงเข้าไปและใช้ยิงได้ จึงเป็นเพียงแค่มีรูปแบบและหลักการทำงานมาจากอาวุธปืนจริง แต่ไม่สามารถส่งกระสุนปืนออกมาจากลำกล้องได้ จะมีเพียงรูระบายแก๊สขนาดเล็กออกจากปลายกระบอก ไม่มีอานุภาพความรุนแรงทำอันตรายถึงชีวิตได้ อันเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนที่มีวัตถุประสงค์ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ การกีฬา การปล่อยตัวนักกีฬา การสะสมและการฝึกซ้อมก่อนมีอาวุธปืนจริงเท่านั้น จึงไม่เข้าตามบทนิยามคำว่า "อาวุธปืน" ในมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ที่ว่า "อาวุธปืน" หมายความรวมตลอดถึงอาวุธทุกชนิดซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนปืนโดยวิธีระเบิดหรือกำลังดันของแก๊สหรืออัดลมหรือเครื่องกลไกอย่างใด ซึ่งต้องอาศัยอำนาจของพลังงาน และส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธนั้น ๆ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ปืนแบลงค์กันของกลางใช้วัสดุไม่แข็งแรงคงทนเหมือนอาวุธปืนจริง สภาพภายในลำกล้องมีแกนเหล็กขวางไม่อาจใช้ส่งหัวกระสุนปืนออกมาทางลำกล้องปืนตามบทนิยามได้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับกระสุนปืนจริงได้ เมื่อยิงกับกระสุนปืนแบลงค์กันมีผลเพียงเกิดเสียง เปลวไฟ แรงระเบิดและแรงดันจากการเผาไหม้ดินดอกไม้เพลิงพุ่งออกมาทางปลายลำกล้องเท่านั้น ไม่มีหัวกระสุนปืนออกจากปากลำกล้องด้วย แม้เครื่องกระสุนปืนจะประกอบด้วยหลาย ๆ ส่วนตามบทนิยาม แต่หัวกระสุนปืนเป็นสาระสำคัญของเครื่องกระสุนปืนที่ทำอันตรายได้ แสดงให้เห็นว่าจุดประสงค์ในการทำหรือประกอบปืนแบลงค์กันขึ้นโดยมิได้ให้เป็นอาวุธปืนซึ่งใช้ส่งเครื่องกระสุนปืน เพียงแต่เป็นการทำประกอบขึ้นโดยประสงค์ใช้ยิงให้เกิดเสียงดังและมีเปลวไฟจากการยิงเท่านั้น ส่วนเมื่อมีการยิงแล้วเกิดการระเบิดหรือกำลังดันของดินดอกไม้เพลิง ไม่ได้เกิดจากหัวกระสุนปืน ผลจากการยิงในระยะประชิดก็ไม่แตกต่างกับการจุดประทัดหรือดอกไม้เพลิงในระยะประชิดซึ่งสามารถทำอันตรายได้เช่นกัน แต่หากไม่ได้ยิงในระยะประชิดหรือเกินรัศมีแรงระเบิดหรือกำลังดันของดินดอกไม้เพลิงก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายได้ และหากใช้ปืนแบลงค์กันโดยวิธีปกติ ไม่มีเจตนาจ่อยิงในระยะประชิด เปลวไฟ แรงระเบิดหรือแรงดันที่เกิดจากการยิงก็ไม่มีอานุภาพหรือความรุนแรงที่สามารถทำอันตรายแก่กาย ชีวิต หรือวัตถุได้ดังเช่นอาวุธปืนทั่วไป ปืนแบลงค์กันของกลางจึงไม่เป็นอาวุธปืน แต่เมื่อโดยสภาพของปืนแบลงค์กันของกลางประกอบไปด้วยลำกล้อง เครื่องลูกเลื่อน ชุดลั่นไก มีรูปร่างลักษณะภายในและภายนอกเช่นเดียวกับอาวุธปืนทั่วไป คงแตกต่างกันที่ไม่สามารถส่งหัวกระสุนปืนออกไปได้ การมีรูปร่างลักษณะอันน่าจะทำให้คนทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นอาวุธปืนโดยสภาพ จึงเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืนตามมาตรา 4 (5) แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย เมื่อปืนแบลงค์กันของกลางไม่ใช่อาวุธปืน การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร และฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนตามฟ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567 พนักงานอัยการจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นาย อ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นาย อ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทัย โสภาโชติ · เศรณี ศิริมังคละ · ประชา งามลำยวง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นางสาวธนานันท์ รอดสังวาลย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายประพนธ์ กองมะลิกันแก้ว
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.233/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 2665/2515ฎีกา 9114/2552ฎีกา 481/2526ฎีกา 180/2554ฎีกา 597/2485ฎีกา 1336/2553ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2279/2515ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 1875/2547ฎีกา 4534/2531ฎีกา 1228/2510ฎีกา 848/2545ฎีกา 7601/2540ฎีกา 369/2501ฎีกา 16889/2555ฎีกา 738/2536ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1473/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา