⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1385/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2568

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ให้เจ้าของร่วมต้องถือเอาวันที่เจ้าของร่วมได้รับหนังสือนั้นเป็นสำคัญ และต้องส่งให้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการประชุม มิฉะนั้นมติที่ประชุมใหญ่อาจถูกเพิกถอนได้

ย่อคำพิพากษา

การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ที่ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 42/3 และข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ระบุไว้ทำนองเดียวกันว่า ให้ส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการประชุมเพื่อให้มีการแจ้งให้เจ้าของร่วมทราบล่วงหน้าว่าผู้คัดค้านที่ 1 จะจัดให้มีการประชุมในกิจการใด ที่ใด เมื่อใด เพื่อให้เจ้าของร่วมได้มีโอกาสเตรียมตัวในการสอบถาม หรือแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ หรือเรื่องที่จะประชุมใหญ่ได้โดยเต็มที่ และเพื่อไม่ให้ผู้บริหารนิติบุคคลอาคารชุดหรือเจ้าของร่วมที่เรียกประชุมเอาเปรียบหรือรวบรัดในการประชุม ดังนั้น การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการประชุม จึงต้องถือเอาวันที่เจ้าของร่วมได้รับหนังสือนัดประชุมทราบ หรือถือว่าได้ทราบหนังสือนั้นเป็นสำคัญ มิใช่วันที่มีการจัดส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ไปยังผู้ร้อง แต่เมื่อข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 และ พ.ร.บ.อาคารชุด ฯ มิได้กำหนดวิธีการส่งและผลไว้ จึงต้องอาศัยบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 4 และมาตรา 1245 เมื่อหนังสือนัดประชุมใหญ่ดังกล่าวส่งโดยไปรษณีย์ตอบรับ จึงต้องถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่หนังสือนัดประชุมดังกล่าวควรจะได้ไปถึงผู้ร้องตามทางการปกติของการส่งทางไปรษณีย์ เมื่อปรากฏว่าไปรษณีย์นำส่งวันที่ 17 มกราคม 2565 และผู้ร้องลงชื่อรับหนังสือในวันเดียวกันด้วยตนเองจึงถือว่ามีการส่งในวันที่ 17 มกราคม 2565 อันเป็นวันก่อนวันนัดประชุมใหญ่น้อยกว่าเจ็ดวัน จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ผู้ร้องในฐานะเจ้าของร่วมมีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันฝ่าฝืนกฎหมาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195 ในฐานะกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1195 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1245

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนมติทั้งหมดของการประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมอาคารชุด ส. ประจำปี 2564 (เรียกครั้งที่ 2) ในวันที่ 23 มกราคม 2565 ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วม ประจำปี 2564 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 มกราคม 2565 ให้ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้ตั้งทนายความจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นในชั้นฎีการับฟังได้เป็นยุติว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของห้องชุดเลขที่ 19/314 อาคารชุด ส. ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นนิติบุคคลอาคารชุด ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 10 เป็นกรรมการ และผู้คัดค้านที่ 11 เป็นผู้จัดการ วันที่ 23 มกราคม 2565 ผู้คัดค้านที่ 1 จัดให้มีการประชุมใหญ่เจ้าของร่วมสามัญประจำปี 2564 ครั้งที่ 2 ตามหนังสือเรียกประชุมเจ้าของร่วม ลงวันที่ 13 มกราคม 2565 โดยจัดส่งหนังสือเรียกประชุมดังกล่าวไปทางไปรษณีย์ตอบรับให้แก่ผู้ร้องและเจ้าของร่วมคนอื่น ๆ ในวันที่ 14 มกราคม 2565 ผู้ร้องได้รับหนังสือนัดประชุมดังกล่าวในวันที่ 17 มกราคม 2565 และตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 29 วรรคสอง ระบุว่า "การเรียกประชุมใหญ่ต้องทำเป็นหนังสือนัดประชุมระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมพร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควรและจัดส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ก่อนวันประชุม" คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่เจ้าของร่วมสามัญที่ต้องจัดส่งให้แก่เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนั้น ถือเอาวันส่งหนังสือนัดประชุมหรือวันที่ผู้ร้องได้รับหนังสือนัดประชุม เห็นว่า ตามข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ข้อ 29 วรรคสอง และพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 42/3 ได้ระบุไว้ในทำนองเดียวกันว่า หนังสือนัดประชุมใหญ่ให้จัดส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันประชุม ซึ่งการที่ข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 และพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 กำหนดให้ต้องมีการบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้แก่เจ้าของร่วมทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมใหญ่นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการแจ้งให้เจ้าของร่วมทราบล่วงหน้าว่าผู้คัดค้านที่ 1 จะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ในกิจการใด ที่ใด เมื่อใด เพื่อให้เจ้าของร่วมได้มีโอกาสเตรียมตัวในการสอบถาม หรือแสดงความคิดเห็นในหัวข้อหรือเรื่องที่จะประชุมใหญ่ได้โดยเต็มที่ และเพื่อไม่ให้ผู้บริหารนิติบุคคลหรือเจ้าของร่วมผู้ที่เรียกประชุมเอาเปรียบหรือรวบรัดในการประชุม ดังนั้น ความหมายของข้อบังคับและกฎหมายดังกล่าวในเรื่องของการส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ที่ให้จัดส่งให้แก่เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันประชุม จึงต้องถือเอาวันที่เจ้าของร่วมผู้รับหนังสือนัดประชุมทราบหรือถือว่าได้ทราบหนังสือนั้นเป็นสำคัญ มิใช่วันที่มีการจัดส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ไปยังผู้ร้องดังที่ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดกล่าวอ้าง โดยในเรื่องการส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่นั้น ข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 และพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มิได้กำหนดวิธีการส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่และผลของการส่งไว้ จึงต้องอาศัยบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 ซึ่งในกรณีนี้ได้แก่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1245 ที่บัญญัติว่า "หนังสือบอกกล่าวใด ๆ เมื่อได้ส่งโดยทางไปรษณีย์สลักหลังถูกต้องแล้ว ท่านให้ถือว่าเป็นอันได้ส่งถึงมือผู้รับในเวลาที่หนังสือเช่นนั้นจะควรไปถึงได้ตามทางการปกติแห่งไปรษณีย์" ดังนั้น เมื่อหนังสือนัดประชุมใหญ่ดังกล่าวส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ จึงต้องถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่หนังสือนัดประชุมดังกล่าวควรจะไปถึงผู้ร้องได้ตามทางการปกติของการส่งทางไปรษณีย์ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้คัดค้านที่ 1 นัดประชุมใหญ่วันที่ 23 มกราคม 2565 แต่ปรากฏตามใบฝากรวม และรายงานผลการติดตามสถานะสิ่งของและใบตอบรับว่า ในการส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ให้แก่ผู้ร้องนั้นมีการฝากส่งหนังสือดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องผ่านทางบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ในวันที่ 14 มกราคม 2565 โดยบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้นำส่งได้ส่งหนังสือดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องครั้งแรกในวันที่ 17 มกราคม 2565 และผู้ร้องลงชื่อรับหนังสือนัดประชุมใหญ่ในวันเดียวกันนั้นด้วยตนเอง จึงถือว่ามีการส่งหนังสือนัดประชุมไปถึงผู้ร้องได้ตามทางการปกติของการส่งทางไปรษณีย์ในวันที่ 17 มกราคม 2565 อันเป็นวันก่อนวันนัดประชุมใหญ่น้อยกว่า 7 วัน จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ดังนั้น ผู้ร้องในฐานะเจ้าของร่วมจึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันฝ่าฝืนต่อกฎหมายและผิดระเบียบข้อบังคับนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ในฐานะกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งตามมาตรา 4 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมประจำปี 2564 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 มกราคม 2565 จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2568 นาย ฉ. ผู้ร้อง นิติบุคคลอาคารชุด ส. กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาย ฉ. · ผู้คัดค้าน - นิติบุคคลอาคารชุด ส. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทยา พรหมประสิทธิ์ · ทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล · บุญศริรัตน์ ศิริชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประวีณ จันทรบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจีรวัฒน์ สุวัตถิกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำผบ.(พ)347/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1727/2551ฎีกา 7172/2542ฎีกา 8810/2543ฎีกา 789/2531ฎีกา 452/2518ฎีกา 130/2548ฎีกา 5849/2537ฎีกา 2074-2075/2548ฎีกา 964/2520ฎีกา 1882/2518ฎีกา 6231/2538ฎีกา 1507/2566ฎีกา 2080/2548ฎีกา 7926/2557ฎีกา 192/2518ฎีกา 270/2496ฎีกา 2499/2524ฎีกา 994/2497ฎีกา 189/2540ฎีกา 5809/2539ฎีกา 2643/2515ฎีกา 942/2531ฎีกา 9571/2544ฎีกา 2752/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา