⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4943/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4943/2568

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น ต้องพิจารณาจากเจตนาและความมุ่งหมายในการกระทำแต่ละครั้งว่าแยกต่างหากจากกันหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีปลอมที่ทำขึ้นไปติดไว้กับรถยนต์ 2 คัน โดยเก็บรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมไว้ในรถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าว เพื่อแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำต่อรถยนต์ 2 คัน รวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอม และรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมที่ใช้กับรถยนต์แต่ละคันก็เป็นคนละชุดกัน การกระทำของจำเลยย่อมมีเจตนาและความมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 268, ริบของกลาง นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยปลอมเอกสารนั้นเองให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 6 ปี ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1596/2565 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว รวม 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามฟ้องโจทก์ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ยง xxxx เชียงใหม่ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และจำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร และปลอมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี 2566 ของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร กับปลอมรายการจดทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 กฮ xxxx กรุงเทพมหานคร แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมดังกล่าวไปติดไว้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร ส่วนรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมนำไปเก็บไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร เพื่อแสดงต่อบุคคลทั่วไปที่พบเห็น ตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่า จำเลยกระทำต่อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฒร xxx กรุงเทพมหานคร และรถยนต์หมายเลขทะเบียน กจ xxxx ยโสธร แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน โดยแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอม และรายการจดทะเบียนรถยนต์ปลอมของรถยนต์แต่ละคัน ก็เป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ และรายการจดทะเบียนรถยนต์คนละชุดกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมีเจตนาและความมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์แต่ละคันแยกต่างหากจากกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4943/2568 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นาย อ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นาย อ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งศักดิ์ วงศ์กระสันต์ · สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์ · สัญญา ภูริภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายพัฒน์พงษ์ เวียงทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายคนึง คงบริรักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3171/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 5246/2548ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 1603/2511ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา