⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 3354/2569

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3354/2569

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.5, 45, 47 ฯลฯ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 เวลา 14 นาฬิกา ก่อนวันที่ 29 กันยายน 2565 ที่ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จึงต้องมีคำพิพากษานับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง จึงไม่ชอบและเมื่อศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอนับโทษต่อหรือไม่ ซึ่งจากการไต่สวน จำเลยแถลงรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลฎีกาจึงนับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.282 ประมวลกฎหมายอาญา ม.286 ประมวลกฎหมายอาญา ม.312 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ม.4 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ม.26 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ม.78 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.5 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.45 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.47 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.50 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.90 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.144 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.146 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.148 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.4 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.9 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.4 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.6 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.52 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.282 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 282, 286, 312 ตรี, 319 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 4, 6, 52 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มาตรา 4, 9 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4, 26, 78 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5, 45, 47, 50, 90, 144, 146, 148/2 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 3 ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ 1 รวมเป็นเงิน 169,920 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 45 (1) (ที่ถูก มาตรา 45 (1) วรรคหนึ่ง), 47 วรรคหนึ่ง, 50 (3), 90 วรรคหนึ่ง, 144 (1) วรรคหนึ่ง, 146, 148/2 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากมารดาเพื่อหากำไรและเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย จำคุก 2 ปี ฐานเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในสถานบริการ ปรับ 400,000 บาท ฐานไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีต่อพนักงานตรวจแรงงาน ปรับ 5,000 บาท ฐานเป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในระหว่างเวลา 22.00 ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา ปรับ 5,000 บาท ฐานเป็นนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพฐานจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 5,000 บาท รวมจำคุก 2 ปี และปรับ 415,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่าหนึ่งปี แต่ไม่เกินสองปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมคดีในส่วนแพ่งให้เป็นพับ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ คม 3/2565 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ คม 1/2565 ของศาลชั้นต้น ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (3), 78 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 1 เดือน และปรับ 415,000 บาท เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องตามคำร้องฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2565 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ คม 3/2564 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ คม 1 /2565 ของศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 เวลา 14.00 นาฬิกา ก่อนวันที่ 29 กันยายน 2565 ที่ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขได้ จึงชอบที่ต้องมีคำพิพากษานับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 29 กันยายน 2565 ที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องตามคำร้องฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2565 จึงไม่ชอบและเมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ และศาลชั้นต้นพิพากษาอย่างไร ซึ่งจากการไต่สวนของศาลชั้นต้น ปรากฏว่า จำเลยแถลงรับว่าจำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ คม 3/ 2564 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ คม 1/2565 ของศาลชั้นต้นที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อและจากสำเนาคำพิพากษาคดีดังกล่าว ปรากฏว่า คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 ซึ่งพิพากษาให้รวมจำคุก 17 ปี 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาในคดีนี้ตามสำเนาคำพิพากษาและหมายจำคุกและกักขังระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาจึงให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีดังกล่าว ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ คม 3/2564 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ คม 1/2565 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

รายละเอียดคดี

คู่ความพนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)(ชุมพล อรรถเสถียร-ชัยชนะ กิจทวีปวัฒนา-นิรันดร์ อนรรฆมณีกุล)
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดน่าน - นายพงษธร เศรษฐถาวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำคม.12/2568

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1093/2568ฎีกา 1394/2549ฎีกา 1645/2531ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3120/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 13379/2555ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 616/2484ฎีกา 8080/2538ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา