คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82/2470
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับของโจรจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้รับได้ทรัพย์นั้นมาโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด
ย่อคำพิพากษา
โจทย์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักโคไป ๑ โค แลจำเลยสมคบกันฆ่าโคนั้น ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๔ แลพ.ร.บ.ฆ่าโคกระบือ ศก ๑๑๙ มาตรา ๑๘
จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างฐานที่อยู่
ศาลมณฑลอุดรตัดสินว่า นายดำมีความผิดตามมาตรา ๒๙๔ ให้จำคุก ๑๘ เดือน แลนายดำกับนายมีมีความผิดตามพ.ร.บ.ฆ่าโคกระบือ ศก ๑๑๙ มาตรา ๑๘ ให้ปรับคนละ ๖๐ บาท
โจทย์อุทธรณ์คัดค้านคดีเฉภาะส่วนตัวนายมีว่าควรมีความผิดตามมาตรา ๓๒๑
ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืน
โจทย์ฎีกาเปนปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกับฟ้องอุทธรณ์
ศาลฎีกาตัดสินว่า ประเด็นในเรื่องรับของโจรนี้ โจท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักโคไป ๑ โค แลจำเลยสมคบกันฆ่าโคนั้น ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๔ แลพ.ร.บ.ฆ่าโคกระบือ ศก ๑๑๙ มาตรา ๑๘
จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างฐานที่อยู่
ศาลมณฑลอุดรตัดสินว่า นายดำมีความผิดตามมาตรา ๒๙๔ ให้จำคุก ๑๘ เดือน แลนายดำกับนายมีมีความผิดตามพ.ร.บ.ฆ่าโคกระบือ ศก ๑๑๙ มาตรา ๑๘ ให้ปรับคนละ ๖๐ บาท
โจทย์อุทธรณ์คัดค้านคดีเฉภาะส่วนตัวนายมีว่าควรมีความผิดตามมาตรา ๓๒๑
ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืน
โจทย์ฎีกาเปนปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกับฟ้องอุทธรณ์
ศาลฎีกาตัดสินว่า ประเด็นในเรื่องรับของโจรนี้ โจทย์ไม่มีพยานมาสืบ จึงให้ยกฎีกาโจทย์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82/2470
อัยการอุดร โจทก์
นายดำภูมิตั้ง นายมีไผ่ป้อง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการอุดร · ล. - นายดำภูมิตั้ง นายมีไผ่ป้อง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · พิพาก · ศรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา