คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2471
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรได้นั้น จำเลยต้องรู้หรือควรจะรู้ว่าทรัพย์สินที่รับมานั้นได้มาโดยการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าปล้น พิจารณาได้ความว่ารับของ โจรลงโทษได้ ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ปรากฏว่า โจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์
ทางพิจารณาได้ความว่า พะยานโจทก์ไม่มีเพียงพอที่จะลงโทษ ค. จำเลยฐานปล้นทรัพย์ได้ แต่โจทก์มีพะยานเบิกความว่า ค. จำเลยกับพวกได้นำของกลางไปขาย แล ค. จำเลยได้สร้อยคอของกลางเส้นหนึ่งโดยรู้สึกว่าเปนของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินลงโทษ ด. จำเลยตาม ม. ๓๒๑ ให้จำคุก ๑ ปี ส่วน ล. จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ จำคุกตลอดชีวิตกดเสียกึ่งหนึ่งเพราะจำเลยรับสารภาพคงจำคุก ๙ ปี
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2471
อัยยการฉะเชิงเทรา โจทก์
นายแดง นายแอ๊ว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการฉะเชิงเทรา · ล. - นายแดง นายแอ๊ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · นรเนติ · วิชัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา